วันอังคาร, มกราคม 20, 2026
  • Login
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
No Result
View All Result
Home Running

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน สำหรับผู้ที่ต้องการลงแข่งครั้งแรกหรือต้องการวิ่งให้เร็วขึ้น

thip by thip
04/10/2022
in Running, Training
0
โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน สำหรับผู้ที่ต้องการลงแข่งครั้งแรกหรือต้องการวิ่งให้เร็ว
  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

ในแต่ละปีทั่วโลกจะมีคนเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอนเป็นจำนวนนับล้านคน สำหรับเพื่อนๆที่มีความต้องการจะลงแข่ง ก็ต้องมีโปรแกรมการฝึกที่ดีและมีความพยายามร่วมกับการวางแผนที่ดี และถ้าหากเพื่อนๆมีความรู้สึกกดดันกับการลงแข่งขัน ก็อย่าไปเครียดกับมัน แม้ว่าเราต้องเจอกับระยะทางไกล แต่ถ้าแผนการฝึกของเรามีหลายรูปแบบ เช่น การฝึกคาร์ดิโอ , Strength , และวันพัก เชื่อได้เลยว่าเพื่อนๆจะสามารถไปถึงเส้นชัยได้แน่นอน

รายละเอียดการฝึกวิ่งมาราธอน

  • การวิ่ง : เราจะวิ่งด้วยเพซที่สามารถวิ่งไปคุยไปได้ (จะเป็นเพซที่ช้ากว่าเพซในการลงแข่งจริงประมาณ 60-90 วินาที)
  • การฝึกวิ่ง Strides : เริ่มต้นด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้ง จากนั้นค่อยๆ เพิ่มความเร็วจนกระทั่งเราใช้พลัง 95% ในการวิ่ง หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ลดความเร็วลงเพื่อหยุดวิ่ง ให้เราฝึกแบบนี้ 4-6 ครั้ง มีช่วงเร่งความเร็ว 20-30 วินาที จากนั้นให้วิ่งจ๊อกกิ้งหรือพักนาน 1 นาที สรุปว่าฝึกวิ่งแล้วมีช่วงพักสลับไปเรื่อยๆ
  • การวอร์มอัพ : ก่อนการวิ่งทุกครั้งต้องมีการวอร์มอัพ เพื่ออุ่นเครื่องเตรียมใช้งานกล้ามเนื้อ และมีการยืดกล้ามเนื้อแบบ Dynamic Stretch 
  • การเลือกระยะทางในการวิ่งระยะไกล : โปรแกรมการฝึกนี้เหมาะสำหรับการใช้เพซทุกเพซ และความสามารถในการวิ่งทุกระดับ เพื่อนๆ แค่ต้องวิ่งตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนดไว้
  • การฝึก Strength Training : ฝึกให้ได้ 15-30 นาที

โปรแกรมฝึกพื้นฐานการวิ่งมาราธอน

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน

สัปดาห์ที่ : 1

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 6.4 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 6.4 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 9.6 กม. หรือ 60 นาที

สัปดาห์ที่ : 2

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 6.4 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 6.4 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 11.2 กม. หรือ 70 นาที

สัปดาห์ที่ : 3

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 6.4 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 11.2 กม. หรือ 70 นาที

สัปดาห์ที่ : 4

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 6.4 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 12.8 กม. หรือ 80 นาที

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 18 สัปดาห์ สำหรับลงแข่งครั้งแรก

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน

สัปดาห์ที่ : 1

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 9.6 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 6.4 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 12.8 กม. หรือ 80 นาที

สัปดาห์ที่ : 2

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 9.6 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 6.4 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 14.4 กม. หรือ 90 นาที

สัปดาห์ที่ : 3

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 4.8 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 9.6 กม. หรือ 60 นาที

สัปดาห์ที่ : 4

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 9.6 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 8 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 14.4 กม. หรือ 1 ชั่วโมง 40 นาที

สัปดาห์ที่ : 5

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 9.6 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 8 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 6.4 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 16 กม. หรือ 1 ชั่วโมง 50 นาที

สัปดาห์ที่ : 6

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 6.4 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 12.8 กม. หรือ 1 ชั่วโมง 20 นาที

สัปดาห์ที่ : 7

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 11.2 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 8 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 19.2 กม. หรือ 2 ชั่วโมง

สัปดาห์ที่ : 8

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 11.2 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 9.6 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 20.8 กม. หรือ 2 ชั่วโมง 10 นาที

สัปดาห์ที่ : 9

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 6.4 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 16 กม. หรือ 1 ชั่วโมง 40 นาที

สัปดาห์ที่ : 10

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 12.8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 9.6 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 24 กม. หรือ 2 ชั่วโมง 20 นาที

สัปดาห์ที่ : 11

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 12.8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 9.6 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 8 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 25.6 กม. หรือ 2 ชั่วโมง 30 นาที

สัปดาห์ที่ : 12

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 9.6 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 9.6 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 8 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 25.6 กม. หรือ 2 ชั่วโมง 30 นาที

สัปดาห์ที่ : 13

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 8 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 12.8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 9.6 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 8 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 28.8 กม. หรือ 2 ชั่วโมง 45 นาที

สัปดาห์ที่ : 14

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 6.4 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 8 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 9.6 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 22.4 กม. หรือ 2 ชั่วโมง 10นาที

สัปดาห์ที่ : 15

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 8 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 14.4 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 9.6 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 8 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 32 กม. หรือ 3 ชั่วโมง 

สัปดาห์ที่ : 16

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 8 กม. + วิ่ง Stride และฝึก Strength
  • วันพุธ : วิ่ง 11.2 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 9.6 กม. และฝึก Strength
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 8 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 19.2 กม. หรือ 2 ชั่วโมง 

สัปดาห์ที่ : 17

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. + วิ่ง Stride 
  • วันพุธ : วิ่ง 8 กม.
  • วันพฤหัส : วิ่ง 4.8 กม. 
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 4.8 กม. + วิ่ง Stride
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 12.8 กม. หรือ 1 ชั่วโมง  20 นาที

สัปดาห์ที่ : 18

  • วันจันทร์ : พัก
  • วันอังคาร : วิ่ง 4.8 กม. + วิ่ง Stride
  • วันพุธ : วิ่ง 9.6 กม.
  • วันพฤหัส : พัก 
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่ง 3.2 กม.
  • วันอาทิตย์ : วันลงแข่งจริงขอให้ทุกคนโชคดี

วิธีการใช้โปรแกรมการฝึกนี้

ก่อนที่เพื่อนๆจะออกไปวิ่งในถนนเป็นครั้งแรก ต้องมั่นใจก่อนว่ามีความเข้าใจส่วนประกอบในการฝึกวิ่งมาราธอนเสียก่อน

1. อันดับแรกเราควรมีการฝึกเพื่อสร้างพื้นฐานในการวิ่ง

หมายความว่าจะต้องมีการวิ่งสัปดาห์ละ 28 กม. – 32 กม. (18-20 ไมล์) เป็นประจำ อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มมีการฝึกวิ่งมาราธอน ซึ่งมันเป็นการสร้างพื้นฐานในการวิ่งเพื่อป้องกันการได้รับบาดเจ็บ แต่ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนที่วิ่งเป็นประจำอยู่แล้วก็ให้ข้ามโปรแกรมการฝึกพื้นฐานไปได้เลย

2. วางแผนวิ่งให้ได้ 5 วันต่อสัปดาห์ 

โปรแกรมการฝึกวิ่งจะเริ่มเรียงลำดับจากวันจันทร์ไปวันอาทิตย์  โดยเราจะใช้วันจันทร์และวันศุกร์เป็นวันพักร่างกาย โดยในแต่ละสัปดาห์จะมีการเพิ่มและการลดระยะทางในการวิ่งเพื่อช่วยให้เราพร้อมในการลงแข่งจริง

3. ใช้เวลา 5 นาทีในการวอร์มอัพ

ระยะเวลาขั้นต่ำในการวอร์มอัพคือ 5 นาที และรูปแบบการวอร์มอัพควรเป็นการยืดกล้ามเนื้อแบบ Dynamic stretch และการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ ยกตัวอย่างการยืดกล้ามเนื้อที่มีการแกว่งขาไปมาจากด้านข้าง หรือด้านหน้าไปหลัง ส่วนการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อก็อาจจะใช้สายยางออกกำลังกาย รอบต้นขาแล้วเดินแบบ Side step ไปด้านข้าง ข้างละ 10 ครั้ง , มีการเดินซิกแซก , เดินท่า Monster walk , ท่า clamshell และท่าสะพาน เป็นต้น

4. การจบการฝึกแบบหนักๆด้วยการฝึกวิ่ง Stride

ในวันอังคารและวันพฤหัส หลังการฝึกวิ่งจะต้องมีการฝึกวิ่ง Stride ให้เราฝึกวิ่ง 5 เซ็ต แต่ละเซ็ตใช้เวลา 20-30 วินาที ในการเร่งความเร็ว , ตอนเริ่มต้นเราวิ่งจ๊อกกิ้งช้าๆ จากนั้นเราค่อยๆ เพิ่มความเร็วให้ถึง 95% ก่อนที่จะลดความเร็วลงมาเพื่อหยุดพักหรือพักด้วยการจ๊อกกิ้ง 1 นาที  การฝึกแบบนี้จะช่วยให้เราเร่งความเร็วได้ไวขึ้น ควบคุมการเร่งความเร็วได้ดีขึ้น

5. การฝึก Strength Training นั้นสำคัญพอๆกับการฝึกวิ่ง

ในโปรแกรมจะมีการฝึก Strength Training 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยปกติจะเป็นวันอังคารและพฤหัส ให้ตั้งเป้าฝึกให้ได้นาน 15-30 นาที ส่วนจะฝึกอะไรก็แล้วแต่เพื่อนๆเลย อาจเป็นการฝึกร่างกายส่วนบน , สะโพก , ร่างกายส่วนล่าง , หรือกล้ามเนื้อแกนกลาง โดยใช้ Bodyweight , สายยางยืดออกกำลังกาย เป็นต้น

6. ทบทวนว่าเราคิดอย่างไรกับวันวิ่งระยะไกล

ข้อดีของโปรแกรมฝึกนี้คือช่วยให้ผู้ฝึกคาดคะเนเรื่องระยะทางและระยะเวลาในการวิ่งเป็นนาทีหรือเป็นระยะทางกิโลเมตรได้  ก็ต้องให้ผู้ฝึกเลือกเอาเองว่าแบบไหนสามารถเข้ากับร่างกายและจิตใจของตัวเองได้ดีกว่า เพื่อนๆอาจจะออกไปวิ่งโดยตั้งใจวิ่งให้ได้ 11.2 กม. หรืออาจวิ่ง 1 ชั่วโมง 10 นาที

แต่การวิ่งหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้ตามระยะทางที่ต้องการเป็นการวิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ในโปรแกรมนี้จึงมีการจำกัดระยะเวลาในการวิ่งสูงสุดที่ 3 ชั่วโมง ดังนั้นเพื่อนๆ จะมีเวลาที่เหลือในการฟื้นร่างกายเพื่อให้พร้อมต่อการฝึกหรือวันแข่งขันที่กำลังมาถึง

7. ยังมีเวลาเหลือสำหรับไปทำธุระ

หากเพื่อนๆต้องไปเชียร์ลูกแข่งกีฬาในช่วงเย็นวันอังคาร ก็อาจจะพักการฝึกในวันนั้นแล้วย้ายไปฝึกในวันที่ต้องพักแทน แต่ก็ต้องหลีกเลี่ยงไม่ฝึกติดต่อกัน 5 วันโดยไม่ได้พักนะ

จะกำหนดเพซสำหรับใช้ในการวิ่งอย่างไร?

เราไม่สามารถวิ่งเร็วเท่าเดิมได้ตลอดช่วงเวลา 10 ไมล์หรือ 16 กม. เราต้องวิ่งสบายๆ เพื่อให้สามารถวิ่งระยะไกลกว่าเดิมต่อไปได้ ให้เพื่อนๆ ลองวิ่งในระดับที่วิ่งไปคุยไปได้โดยไม่หอบ ถ้ามีอาการหอบหมายความว่าต้องวิ่งให้ช้ากว่านั้นอีก ความท้าทายของการวิ่งมาราธอนไม่ใช่ช่วงระยะทางในตอนแรกแต่จะเป็นระยะทางต่อไป ดังนั้นการวิ่งในระดับนี้มันจะช่วยให้เรามีพลังงานเหลือจนไปถึงเส้นชัยได้

วิธีหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บในการฝึกวิ่งมาราธอน

นี่คือเหตุผลที่ต้องมีการวอร์มอัพอย่างน้อย 5 นาที มีการยืดกล้ามเนื้อด้วยท่า Dynamic stretch เช่น ท่า Hip Rotation , Lateral Lunge , แกว่งขาจากหน้าไปหลัง (Leg swing Front to back) และแกว่งขาไปด้านข้าง (Leg Swing side to side) และมีการใช้ท่าออกกำลังกายกระตุ้นการทำงานกล้ามเนื้อ เพื่อให้เลือดไหลเวียนและทำให้กล้ามเนื้อมีความพร้อมในการใช้งาน

และถ้าหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรมีวันหรือสัปดาห์ที่เราไม่ได้ฝึก แต่ถ้าตารางชีวิตมันบังคับจริงๆ ก็ให้ฝึกตามตารางสัปดาห์นั้นๆ ซ้ำไปเลย จะไม่มีการข้ามไปฝึกตามตารางของสัปดาห์ถัดไป เพราะว่าร่างกายมันยังปรับตัวไม่ทัน อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้

การฝึก Strength Training จะช่วยป้องกันการได้รับบาดเจ็บได้ ให้เราฝึกง่ายๆ แค่ 15 นาที เน้นไปที่ท่าสำหรับฝึกส่วนแกนกลางของร่างกาย เช่น ท่า Plank , วิดพื้น , Squat , Single-leg squat , Step-up , Claf Raise และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยส่งเสริมเรื่องการมีท่วงท่าที่ดีในตอนวิ่ง ช่วยรักษาความแข็งแรงและรักษาฟอร์มการวิ่งที่ดีระหว่างการวิ่งในตอนที่รู้สึกเมื่อยล้า

และแน่นอนว่าหลังการออกกำลังกายทุกประเภท ควรมีการยืดกล้ามเนื้อและใช้โฟมโรลลิ่งเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อขา เพื่อช่วยให้พร้อมต่อการวิ่งในครั้งถัดไป

แหล่งที่มา : https://bit.ly/3RgIohB


เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ‍♂ bit.ly/VRUNGROUP
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

Related

Tags: MarathonMarathon Training PlanMarathon Training ProgramrunningRunning PlanRunning ProgramRunning Training Planตารางซ้อมวิ่งตารางซ้อมวิ่งมาราธอนตารางฝึกวิ่งมาราธอนวิ่งแผนซ้อมวิ่งแผนซ้อมวิ่งมาราธอนแผนฝึกวิ่งโปรแกรมซ้อมวิ่งโปรแกรมซ้อมวิ่งมาราธอนโปรแกรมฝึกวิ่ง
Previous Post

เราจะหยุดการวิ่งแบบลงน้ำหนักที่ส้นเท้า (Heel Striking) ได้อย่างไร

Next Post

4 พฤติกรรมการดื่มที่จะช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกเสื่อม

thip

thip

Related Posts

โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์ จากพื้นฐานสู่พิชิต 21 กม.

02/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์ ตั้งแต่พื้นฐานจนจบฟูลมาราธอน

31/12/2025
โปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อสำหรับนักวิ่ง

โปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อสำหรับนักวิ่ง 4 สัปดาห์ เพิ่มความแข็งแรง ลดเสี่ยงบาดเจ็บ

29/12/2025
ท่าฝึกกล้ามเนื้อสะโพก

5 ท่าฝึกกล้ามเนื้อสะโพก เพิ่มสปีดการวิ่งให้เร็วขึ้นอย่างเห็นผล

03/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่ง 10K ภายใน 8 สัปดาห์ วิ่งจบได้จริง สำหรับนักวิ่งทุกระดับ

โปรแกรมฝึกวิ่ง 10K ภายใน 8 สัปดาห์ วิ่งจบได้จริง สำหรับนักวิ่งทุกระดับ

25/12/2025
รูปแบบ Strength Training

4 รูปแบบ Strength Training ที่ช่วยให้นักวิ่งวิ่งเร็วขึ้น แข็งแรงขึ้น และบาดเจ็บน้อยลง

23/12/2025
Next Post
4 พฤติกรรมการดื่มที่จะช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกเสื่อม

4 พฤติกรรมการดื่มที่จะช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกเสื่อม

ติดตาม และร่วมสนุกไปกับเรา

  • 50.4k Subscribers
  • 1.4k Followers

เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน

บทความน่าสนใจ

Xiaomi เปิดตัว Sport Watch รุ่นใหม่ Yunmai สเปกดี ราคาไม่แพง

Xiaomi เปิดตัว Sport Watch รุ่นใหม่ Yunmai สเปกดี ราคาไม่แพง

by thip
24/02/2019

ตารางการฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอนสำหรับมือใหม่

ตารางการฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอนสำหรับมือใหม่

by thip
17/06/2019

8 เมนูแคลอรี่ต่ำหาซื้อได้ที่ 7-11

8 เมนูแคลอรี่ต่ำหาซื้อได้ที่ 7-11

by VRUN VRIDE
19/11/2018

พยัคฆ์คำราม Asics Tarther Edge อีก 1 ขุนพลสาย Racing จาก Asics

พยัคฆ์คำราม Asics Tarther Edge อีก 1 ขุนพลสาย Racing จาก Asics ⚡

by VRUN VRIDE
03/11/2019

True Coffee เปิดคาเฟ่สำหรับนักปั่นแห่งแรกในประเทศไทย ที่สกายเลน สุวรรณภูมิ

True Coffee เปิดคาเฟ่สำหรับนักปั่นแห่งแรกในประเทศไทย ที่สกายเลน สุวรรณภูมิ

by VRUN VRIDE
15/08/2018

สมัครบัตรเครดิต KTC REV รับส่วนลดสูงสุด 25% แบรนด์ Nike, HOKA, Saucony, REV RUNNR

KTC REV CREDIT CARD
วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ไตรกีฬ

วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี รวบรวมทุกรายการ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา ครอบคลุมทุกรายการแข่งขันไว้ที่นี่ พร้อมข่าวสารวงการวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา รองเท้าวิ่ง จักรยานเสือหมอบ รถไตรกีฬา ให้เรื่องกีฬาใกล้ตัวคุณ ต้องการประชาสัมพันธ์กิจกรรม การแข่งขันวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของท่าน

ติดต่อเรา: vrunvride@gmail.com

แท็กยอดนิยม

5K adidas ASICS cycling Exercise Exercises Fun Run Garmin Health Marathon Nike Nutrition Other Running Road Cycling run runner running Running Guide Running Plan Running Program running shoes Running Training Plan workout การวิ่ง งานวิ่ง งานแข่งวิ่ง ตารางซ้อมวิ่ง ตารางฝึกวิ่ง ท่าฝึกกล้ามเนื้อ ท่าออกกำลังกาย นักวิ่ง ปั่นจักรยาน มาราธอน รองเท้าวิ่ง วิ่ง วิ่งมาราธอน สุขภาพ ออกกำลังกาย อาดิดาส แผนซ้อมวิ่ง แผนฝึกวิ่ง โปรแกรมซ้อมวิ่ง โปรแกรมฝึกวิ่ง ไตรกีฬา ไนกี้

ประเภทยอดนิยม

  • Cycling (173)
  • Fitness & Health (379)
  • News (913)
  • Review (126)
  • Running (972)
  • Stories (202)
  • Training (495)
  • Triathlon (109)

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
Loading...
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา

© WHERE TO RUN WHEN TO RIDE : วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี