วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
  • Login
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
No Result
View All Result
Home Running

ท่าฝึกกล้ามเนื้อหลัง และ กล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ เพื่อเพิ่มพลังในการวิ่ง

thip by thip
22/10/2019
in Running, Training
0
ท่าฝึกกล้ามเนื้อหลัง และ กล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ เพื่อเพิ่มพลังในการวิ่ง

Designed by Freepik

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

ท่าฝึกกล้ามเนื้อหลัง และ กล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ เพื่อเพิ่มพลังในการวิ่ง

นักวิ่งจำเป็นต้องมีขาที่แข็งแกร่งและกล้ามเนื้อแกนกลางที่มั่นคง แต่การจัดท่าและการแกว่งแขนจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการวิ่งของเรา การไม่ฝึกกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์อาจจะทำให้ความเร็วและพลังในการวิ่งลดลงได้

“ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ แขนของเราสามารถเพิ่มพลังในการวิ่งได้ 30%”  ไม่ว่าเราจะเป็นนักวิ่งเร็วหรือนักวิ่งระยะไกล ยังไงเราก็จำเป็นที่จะต้องมีพลังแขนและความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อร่างกายส่วนบน

ฟอร์มการวิ่งที่ถูกต้อง

ก่อนที่เราจะมีพลังในการวิ่งเพิ่มขึ้นได้นั้น เราจะต้องมีฟอร์มการวิ่งที่ถูกต้องเสียก่อน ในขณะวิ่งศอกของเราควรงอ 90 องศา ซึ่งมันจะส่งผลต่อความถี่ในการสับแขนและเพิ่มแรงในการพุ่งตัว

“เมื่อเราต้องการเพิ่มความเร็วหรือพลัง เราก็ต้องหาทางสร้างพลังและความเร็วให้มากขึ้น” เราต้องกางแขนให้มากขึ้นอีกเล็กน้อย และมีการแกว่งแขนไปด้านหลังให้มากขึ้น จากนั้นก็พุ่งตัวไปด้านหน้าแล้วสร้างแรงขับด้วยการแกว่งแขนไปข้างหน้า แต่ถ้าเราสับขามากไปหรือตัวเด้งมากไป เราก็อาจจะต้องงอข้อศอกให้มันน้อยกว่า 90 องศา ซึ่งมันจะบังคับให้ขาของเราต้องสับขาถี่มากขึ้น

เพื่อที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด เราจำเป็นต้องมีพละกำลังและความคล่องตัว หมายความว่าเมื่อร่างกายของเราอยู่ในท่าวิ่ง ตอนที่เรากำลังเคลื่อนไหวอยู่จะต้องมีการสร้างความมั่นคงให้กับลำตัวและช่วยป้องกันไม่ให้เราสูญเสียพลังงานจากการแกว่งตัวมากเกินไป ดังนั้นเราจึงควรเริ่มฝึกกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์กันตั้งแต่บัดนี้

วิธีการฝึก

หากเราซ้อมวิ่ง 3-5 วันต่อสัปดาห์ เราก็ควรที่จะมีการฝึก Strength Training (ที่ดีต่อการวิ่ง) จำนวน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ฝึกท่าละ 30 วินาที แล้วพัก 30 วินาทีก่อนที่จะเปลี่ยนท่า จากนั้นให้เริ่มต้นฝึกใหม่ตั้งแต่ท่าแรกจนถึงท่าสุดท้ายอีก 2 รอบเพื่อฝึกร่างกายส่วนบน

เราจะต้องมีเสื่อออกกำลังกาย , ดัมเบล , Resistance Band (ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ) ,  Medicine ball และ Pull-up bar

หรือไม่ก็ใช้ท่าเหล่านี้ในการสร้าง Circuits เล็กๆ ไปพร้อมกับการฝึกร่างกาย เริ่มจากการฝึกท่า Single-arm planks ทุกวัน จากนั้นในวันแรกให้โฟกัสไปที่การฝึกท่า Push เช่น Hand-release push-ups และ Med ball chest passes และในวันที่สอง ให้เน้นฝึกท่า Pull เช่น Reciprocal rows , Renegade rows และ Chin-ups

1. ท่า Single-Arm Plank

ท่าฝึกกล้ามเนื้อหลัง และ กล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ เพื่อเพิ่มพลังในการวิ่ง

วิธีการฝึกท่านี้ : เริ่มต้นด้วยท่า High plank โดยตำแหน่งข้อมือต้องอยู่ใต้หัวไหล่ , ออกแรงกล้ามเนื้อแกนกลางตลอดเวลาเพื่อทำให้ร่างกายเป็นเส้นตรงตั้งแต่หัวจรดเท้า , ยื่นแขนขวาไปด้านหน้าในขณะที่ต้องพยายามทำร่างกายให้อยู่นิ่งๆทั่วทั้งตัว , ค้างไว้อย่างนั้น 30 วินาทีแล้วจึงเปลี่ยนข้าง

“ท่านี้มีความสำคัญมาก เพราะมันจะช่วยสอนเราให้รู้วิธีการเคลื่อนไหวโดยไม่หมุนตัว ซึ่งมันเป็นสิ่งจำเป็นในการวิ่ง”

2. ท่า Hand Release Push-Up

วิธีการฝึกท่านี้ : เริ่มต้นด้วยท่า High plank โดยตำแหน่งข้อมือต้องอยู่ใต้หัวไหล่ , ออกแรงกล้ามเนื้อแกนกลางตลอดเวลา เพื่อทำให้ร่างกายเป็นเส้นตรงตั้งแต่หัวจรดเท้า , งอศอกแล้วหย่อนหน้าอกลงมาจนแตะพื้น , ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้ววางกลับไปที่พื้น , ดันตัวกลับมาอยู่ที่ท่าเริ่มต้น

ยังมีอีกเวอร์ชั่นนึงซึ่งจะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อปีก , คือพอวางหน้าออกลงมาที่พื้น ก็ยื่นมือทั้งสองข้างไปด้านหน้า , ดึงมือกลับมาแล้วยันตัวกลับสู่ท่าเริ่มต้น “มันจะช่วยเพิ่มความลื่นไหลตอนขยับกล้ามเนื้อไหล่” กล้ามเนื้อปีกเป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดบนหลังของเรา มันจะคอยช่วยสร้างความมั่นคงให้กับกระดูกสันหลังในตอนที่เราหมุนลำตัว ฝึกท่านี้แล้วมีแต่ได้กับได้

3. ท่า Renegade Row

วิธีการฝึกท่านี้ :  เริ่มต้นด้วยท่า High plank โดยที่มือทั้งสองจับดัมเบลเอาไว้และตำแหน่งข้อมือต้องอยู่ใต้หัวไหล่ , ออกแรงกล้ามเนื้อแกนกลางตลอดเวลาเพื่อทำให้ร่างกายเป็นเส้นตรงตั้งแต่หัวจรดเท้า , กางขาออกเอาปลายเท้ายันพื้นไว้ , ออกแรงกล้ามเนื้อหลังเพื่อดึงมือขวาขึ้นสูงในระดับเดียวกับกระดูกซี่โครง , จากนั้นปล่อยดัมเบลกลับลงพื้น

ทำซ้ำโดยเปลี่ยนไปใช้มือซ้ายบ้าง , ทำสลับซ้ายขวากันไปเรื่อยๆ และเพื่อที่จะช่วยให้ฝึกท่านี้ได้ง่ายมากขึ้นให้เราฝึกท่านี้จนกว่าจะชินโดยที่ยังไม่ต้องใช้ดัมเบล พอเริ่มเก่งแล้วก็ให้ใช้ดัมเบล

4. ท่า Reciprocal Row

วิธีการฝึกท่านี้ : ยืนกางขาให้กว้างกว่าหัวไหล่ ส่วนมือทั้งสองข้างให้ถือดัมเบลไว้ , งอก้นเพื่อก้มตัวลงมา งอเข่าเล็กน้อย , ปล่อยแขนห้อยลงมาตรงๆ , เริ่มต้นจากดึงแขนขวายกขึ้นมาสูงระดับซี่โครง และในขณะที่ปล่อยแขนขวากลับลงไปก็ให้ยกแขนซ้ายขึ้นมาในระดับซี่โครงเช่นกัน , ให้เราเคลื่อนไหวแขนสองข้างสลับกันไปเรื่อยๆ

เราจะพบว่าท่านี้มีการออกแรงบิดที่มากพอกันกับร่างกายเรา และมีการเคลื่อนไหวของไหล่จากด้านหน้าไปด้านหลังเช่นเดียวกับตอนวิ่ง “พลังจะถูกสร้างขึ้นโดยกล้ามเนื้อหลัง , ไหล่แล้วกล้ามเนื้อไบเซ็บส์”

5. ท่า Chin-Up

วิธีการฝึกท่านี้ : เริ่มต้นโดยให้เรากางแขนแล้วเอามือจับ Pull-up bar , หันฝ่ามือเข้าหาตัวเอง เริ่มต้นด้วยการใช้กล้ามเนื้อหน้าอก , ยกตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ จนกว่าคางของเราจะแตะกับบาร์โหน , จากนั้นปล่อยตัวลงมาช้าๆกลับไปท่าเริ่มต้น (อย่าให้ตัวแกว่งไปมา) , เพื่อที่จะฝึกท่านี้ให้ง่ายขึ้น ให้เรามัด Resistance band ไปรอบๆราว และใช้ปลายเท้าช่วยสร้างแรงส่งในการยกตัวขึ้นมา

ถึงแม้ว่าเราจะจำเป็นต้องใช้ Resistance band และเท้าช่วยก็ตาม แต่มันก็ยังจะสามารถทำให้กล้ามเนื้อเราแข็งแรงได้แบบสุดๆเหมือนกัน “ในการวิ่งระยะไกล , สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือการจัดท่าที่ถูกต้อง ถ้าหากเรามีร่างกายส่วนบนที่ไม่แข็งแรง เราจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าในตอนวิ่ง ท่า Chin-Up จะช่วยให้การฝึกกล้ามเนื้อไบเซ็บส์ , ทำให้ไหล่มั่นคง , และบริหารกล้ามเนื้อปีกอย่างมาก มันเป็นการบริการกล้ามเนื้อร่างกายส่วนบนทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแรงขับเคลื่อน”

6. ท่า Bent-Over Med Ball Chest Pass

วิธีการฝึกท่านี้ : เริ่มต้นด้วยการยืนกางขาให้กว้างกว่าหัวไหล่ , ใช้มือทั้งสองข้างยก Med ball ไว้ที่ระดับหน้าอก , ก้มตัวลงมาด้วยการงอก้น , งอเข่าเล็กน้อย (คล้ายท่า Deadlift) , ปาบอลลงพื้นให้มันเด้งกลับมาที่มือ เอาให้แรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ , พอจับบอลได้ก็ปาลงไปอีก ทำซ้ำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การเขวี้ยงปาลูกบอลนี่ล่ะ ที่มันจะช่วยบริหารกล้ามเนื้อไบเซ็บส์ในขณะที่กำลังอยู่ในท่าก้มตัวมาด้านหน้า มันจะช่วยในการบริการกล้ามเนื้อที่อยู่ในกลุ่ม Posterior chain เช่น กล้ามเนื้อขาหลัง , สะโพก , กล้ามเนื้อส่วนที่เรียกว่า Erector spinae muscles , กล้ามเนื้อทราพีเซียส (กล้ามเนื้อรูปสามเหลี่ยมคว่ำบริเวณหลังส่วนบน) , กล้ามเนื้อเดลทอยด์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกล้ามเนื้อส่วนที่จะช่วยให้เรายืนตัวสูงและเคลื่อนตัวไปข้างหน้าในขณะวิ่ง

ที่มา : https://bit.ly/2IRRvnU


เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ‍♂ bit.ly/VRUNGROUP
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

Related

Tags: runrunnerrunningworkoutท่าฝึกกล้ามเนื้อท่าออกกำลังกายนักวิ่งวิ่ง
Previous Post

Nike Pegasus Turbo Shield รองเท้าวิ่งสำหรับฤดูหนาวรุ่นใหม่ล่าสุด

Next Post

50 สุดยอดภาพถ่ายจากการแข่งขัน Ironman World Championship 2019

thip

thip

Related Posts

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 17 สัปดาห์ สำหรับลงแข่งครั้งแรก

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 17 สัปดาห์ สำหรับลงแข่งครั้งแรก

02/02/2026
โปรแกรมฝึกวิ่ง 10 กม. 8 สัปดาห์ สำหรับนักวิ่งทุกระดับ

โปรแกรมฝึกวิ่ง 10 กม. 8 สัปดาห์ สำหรับนักวิ่งทุกระดับ

28/01/2026
คู่มือฝึกวิ่งเทมโป Tempo Run วิ่งยังไง เพซเท่าไหร่

คู่มือฝึกวิ่งเทมโป Tempo Run วิ่งยังไง เพซเท่าไหร่

26/01/2026
แจกฟรี! โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 12 สัปดาห์

แจกฟรี! โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 12 สัปดาห์ ที่นักวิ่งใช้จริง

24/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์ จากพื้นฐานสู่พิชิต 21 กม.

02/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์ ตั้งแต่พื้นฐานจนจบฟูลมาราธอน

31/12/2025
Next Post
50 สุดยอดภาพถ่ายจากการแข่งขัน Ironman World Championship 2019

50 สุดยอดภาพถ่ายจากการแข่งขัน Ironman World Championship 2019

ติดตาม และร่วมสนุกไปกับเรา

  • 56.8k Subscribers
  • 1.4k Followers

เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน

บทความน่าสนใจ

Nike React Infinity Run Flyknit A.I.R. Chaz Bear

Nike React Infinity Run Flyknit A.I.R. Chaz Bear รองเท้าวิ่งดีไซน์สไตล์ POP ART

by thip
06/12/2020

5 เคล็ดลับดูแลรักษาบ้านสองชั้นให้สวยอยู่เสมอ

5 เคล็ดลับดูแลรักษาบ้านสองชั้นให้สวยอยู่เสมอ

by VRUN VRIDE
26/02/2026

7 สาเหตุของการ DNF ที่พบบ่อยที่สุด พร้อมวิธีป้องกัน

7 สาเหตุของการ DNF ที่พบบ่อยที่สุด พร้อมวิธีป้องกัน

by thip
17/02/2022

5 ท่ายืดตัว Dynamic Stretch สำหรับวอร์มอัพก่อนการวิ่งแค่ 5นาที

5 ท่ายืดตัว Dynamic Stretch สำหรับวอร์มอัพก่อนการวิ่งแค่ 5นาที

by thip
13/07/2019

คลิปสอนออกกำลังกาย วันละ 5 นาที สำหรับคนที่ Work From Home

คลิปสอนออกกำลังกาย วันละ 5 นาที สำหรับคนที่ Work From Home

by thip
26/01/2021

สมัครบัตรเครดิต KTC REV รับส่วนลดสูงสุด 25% แบรนด์ Nike, HOKA, Saucony, REV RUNNR

KTC REV CREDIT CARD
วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ไตรกีฬ

วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี รวบรวมทุกรายการ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา ครอบคลุมทุกรายการแข่งขันไว้ที่นี่ พร้อมข่าวสารวงการวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา รองเท้าวิ่ง จักรยานเสือหมอบ รถไตรกีฬา ให้เรื่องกีฬาใกล้ตัวคุณ ต้องการประชาสัมพันธ์กิจกรรม การแข่งขันวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของท่าน

ติดต่อเรา: vrunvride@gmail.com

แท็กยอดนิยม

5K adidas ASICS cycling Exercise Exercises Fun Run Garmin Health Marathon Nike Nutrition Other Running Road Cycling run runner running Running Guide Running Plan Running Program running shoes Running Training Plan workout การวิ่ง งานวิ่ง งานแข่งวิ่ง ตารางซ้อมวิ่ง ตารางฝึกวิ่ง ท่าฝึกกล้ามเนื้อ ท่าออกกำลังกาย นักวิ่ง ปั่นจักรยาน มาราธอน รองเท้าวิ่ง วิ่ง วิ่งมาราธอน สุขภาพ ออกกำลังกาย อาดิดาส แผนซ้อมวิ่ง แผนฝึกวิ่ง โปรแกรมซ้อมวิ่ง โปรแกรมฝึกวิ่ง ไตรกีฬา ไนกี้

ประเภทยอดนิยม

  • Cycling (173)
  • Fitness & Health (379)
  • News (940)
  • Review (126)
  • Running (976)
  • Stories (208)
  • Training (498)
  • Triathlon (109)

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
Loading...
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา

© WHERE TO RUN WHEN TO RIDE : วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี