อาหาร 7 ชนิด ที่ช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้อง
1. โยเกิร์ต (แคลเซียมช่วยได้นะ)

จากการรีวิวผลการวิจัย 90 ชิ้น โดยวารสาร Nutrition Reviews พบว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างการได้รับแคลเซียมเยอะกับสัดส่วนของร่างกาย เมื่อเรามีระดับแคลเซียมต่ำร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเพื่อให้เราใช้งานแคลเซียมที่มีอยู่เพียงน้อยนิดได้ดีขึ้น แต่มันจะไปส่งสัญญาณให้ร่างกายสะสมไขมันด้วย แหล่งแคลเซียมชั้นดีได้แก่ นม , โยเกิร์ต และชีส ให้เราทานผลิตภัณฑ์จากนม 3 ครั้งต่อวัน และควบคุมอาหารไปด้วย เราจะสามารถลดไขมันได้อย่างต่อเนื่อง
2. ข้าวโอ๊ต และบาร์เลย์ (มีไฟเบอร์)

การทานอาหารเหล่านี้ช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ อ้างอิงข้อมูลจากวารสาร American Journal of Clinical Nutrition ผู้คนที่เข้าร่วมการทดลองไดเอทจะแบ่งเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะถูกบอกให้หลีกเลี่ยงอาหารจากธัญพืช ส่วนกลุ่มที่สองจะให้ทานอาหารจากธัญพืชเท่านั้น (เช่น ข้าวโอ๊ต , ข้าวบาร์เลย์ , ข้าวกล้อง) โดยคนสองกลุ่มนี้จะสามารถลดน้ำหนักได้เท่ากัน แต่กลุ่มที่ทานอาหารจากธัญพืชลดไขมันหน้าท้องได้มากกว่า เราควรทานอาหารจากธัญพืชสามครั้งต่อวัน เพราะว่ามันมีไฟเบอร์แบบละลายน้ำ และไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย
3. ชาเขียว (มีสารแคทีชิน)

ชาเขียวไม่ได้แค่ป้องกันเราจากมะเร็งเท่านั้นแต่ยังทำให้เราลดไขมันด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเดินออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย อ้างอิงข้อมูลจาก Journal of Nutrition พวกอาสาสมัครที่มาเข้าร่วมการทดลองจะต้องดื่มสารต้านอนุมูลอิสระชื่อว่า “แคทีชิน” ที่สกัดมาจากชาเขียว และมีคนอีกกลุ่มซึ่งจะได้รับเครื่องดื่มที่ไม่มีแคทีชิน ในแต่ละสัปดาห์พวกเขาต้องออกกำลังกายในระดับความเข้มข้นปานกลางรวมกันให้ได้ 180 นาที ซึ่งหลักๆแล้วใช้วิธีออกกำลังกายด้วยการเดิน
หลังจากผ่านไป 12 สัปดาห์กลุ่มคนที่ดื่มแคทีชินจะสามารถลดไขมันหน้าท้องได้มากกว่าอีกกลุ่มถึง 7.4% โดยสารแคทีชินมันจะช่วยในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานได้ในระดับที่สามารถทำให้ตับเริ่มเอาไขมันมาเผาผลาญ ดังนั้นให้เราดื่มชาเขียวแบบที่มีคาเฟอีน 4-6 แก้วต่อวัน และออกกำลังกายรวมกันให้ได้ 180 นาที
4. ไข่ (โปรตีน)

การลดแคลอรี่ก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักตราบใดที่เราไม่ทานโปรตีนน้อยเกินไป อ้างอิงข้อมูลจากวารสาร Journal of Nutrition กลุ่มคนที่ได้รับโปรตีนในระดับสูงปานกลาง (คาร์บ 40% , โปรตีน 30%) หรือไม่ก็ได้รับคาร์บในระดับสูงปานกลาง (คาร์บ 55% , โปรตีน 15%)
เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี พบว่ากลุ่มที่ได้รับโปรตีนสูงปานกลาง จะสามารถลดไขมันทั่วทั้งร่างกายได้มากกว่าอีกกลุ่มถึง 38% โปรตีนช่วยเราได้ยังไง? มันเป็นเพราะว่าร่างกายต้องใช้แคลอรี่ในการย่อยโปรตีน นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่เราลดน้ำหนักโปรตีนยังช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อไม่ให้ลดลง เพราะว่ามวลกล้ามเนื้อมันจะเผาผลาญแคลอรี่มากกว่าไขมัน นอกจากนี้โปรตีนยังช่วยให้รู้สึกอิ่มได้มากกว่าคาร์โบไฮเดรตอีกด้วย
เราควรมีโปรตีนในอาหารทุกมื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งคืออาหารเช้า ไข่เป็นทางเลือกที่สะดวกและราคาไม่แพง ไข่ต้มนั้นสามารถเอามากินแทนของกินเล่นได้เป็นอย่างดีเลย ไข่ยังเป็นอาหารไม่กี่ชนิดที่มีวิตามิน D ซึ่งการวิจัยก็พบว่ามีบทบาทในการลดน้ำหนักอีกด้วย
5. วอลนัท และอัลมอนด์ (มีไขมันดี)

วารสาร Archives of Internal Medicine ได้เผยแพร่งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่มีอาสาสมัครมาเข้าร่วมถึง 1,200 คน โดยแบ่งออกเป็นสามกลุ่มและมีการจัดอาหารที่ต่างกัน กลุ่มแรกทานอาหารเมดิเตอร์เรเนียน และต้องทานวอลนัท 1 ออนซ์ต่อวัน กลุ่มที่สองทานอาหารเมดิเตอร์เรเนียนเหมือนกัน แต่ต้องทานน้ำมันมะกอกให้ได้สัปดาห์ละ 1 ลิตร ส่วนกลุ่มที่สามใช้วิธีคุมอาหารทั่วไป ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มแรกเท่านั้นที่สามารถลดไขมันหน้าท้องได้
มีหลายงานวิจัยที่พบว่าถั่วเป็นอาหารที่เป็นมิตรกับรอบเอวตราบใดที่ไม่ทานมากเกินไป เป็นเพราะว่ามันมีทั้งไฟเบอร์ , โปรตีน , ไขมันดี ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความอ่อนไหวต่ออินซูลิน , ช่วยส่งเสริมการลดน้ำหนัก วอลนัทยังเป็นแหล่งรวมกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังให้แคลเซียมด้วยนะ
6. แซลม่อน (โอเมก้า 3)

การทานไขมันอาจดูเป็นไอเดียบ้าๆ ในขณะที่เรากำลังพยายามลดไขมัน แต่การได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 จากปลาแซลม่อนซึ่งอุดมไปด้วยไขมันนั้นอาจเป็นสิ่งที่หมอจะแนะนำให้เราทำก็ได้ ถึงแม้ว่าในตอนนี้เราจะยังหาคำตอบไม่ได้ว่าโอเมก้า 3 ช่วยลดไขมันได้อย่างไร แต่ก็มีงานวิจัยที่พบว่าโอเมก้า 3 ช่วยให้รู้สึกหิวน้อยลงและการทานปลาที่อุดมไปด้วยไขมันจะทำให้รู้สึกมีความพึงพอใจจากการกินต่อไปได้อีก 2 ชั่วโมง ดังนั้นเราควรทานปลาแซลม่อนหรือปลาที่อุดมไปด้วยไขมัน เช่น แมคเคอเรล , เฮอริ่ง , ทูน่ากระป๋อง อย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์
7. บลูเบอร์รี่ (มีสารแอนโทไซยานิน)

การวิจัยของมหาวิทยาลัย University of Michigan ได้ทำการทดลองกับหนูแล้วพบว่าการได้รับแคลอรี่จากบลูเบอร์รี่จำนวน 2% ต่อวัน เป็นเวลาต่อเนื่อง 90 วันจะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ และจะใช้ได้ผลดีกับพวกหนูทดลองกลุ่มที่ได้รับอาหารแบบไขมันต่ำ นักวิทยาศาสตร์บอกว่าสารแอนโทไซยานินอาจช่วยควบคุมการเผาผลาญไขมันได้ และวิธีนี้จะใช้ได้ผลกับคนที่รับประทานบลูเบอร์รี่วันละ 1 ถ้วย ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกับหนูในการทดลอง
ที่มา : https://bit.ly/3zORpGz
เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ♂ bit.ly/VRUNGROUP
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming














