วันจันทร์, มกราคม 26, 2026
  • Login
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
No Result
View All Result
Home Running

ตารางฝึกวิ่งมาราธอน Sub-3 ระยะเวลา 20 สัปดาห์

thip by thip
08/12/2025
in Running, Training
0
ตารางฝึกวิ่งมาราธอน Sub-3 ระยะเวลา 20 สัปดาห์

ภาพที่สร้างโดย Google AI

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

การเข้าเส้ยชัยในการวิ่งมาราธอนคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะสามารถทำเวลาได้เท่าไหร่ก็ตาม แต่ก็มีนักวิ่งบางคนที่ต้องการทำสถิติใหม่ โดยฝึกฝนให้ตัวเองวิ่งเร็วขึ้นจนสามารถทำเวลาได้ภายใน 5 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง และภายใน 3 ชั่วโมง และเพื่อที่เราจะวิ่งไปถึงเส้นชัยได้ภายใน 3 ชั่วโมง เราจะต้องใช้เพซ 4:15 นาทีต่อกิโลเมตร ซึ่งมีแค่นักวิ่ง 4% ที่สามารถทำได้ โดยปกติแล้วจะมีคนวิ่งเข้าเส้นชัยได้ปีละประมาณ 1 ล้านคนหมายความว่ามีคนทำเวลาเท่านี้ได้ปีละ 40,000 คนเท่านั้น แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ อยากทำเวลาให้ได้ก็สามารถฝึกฝนโดยใช้โปรแกรมนี้ได้เลย

ใครบ้างที่สามารถใช้โปรแกรมนี้ได้

  1. จะต้องเป็นคนที่มีประวัติการลงแข่งมาแล้วหลายครั้ง
  2. เคยฝึกวิ่งเร็วเพื่อทำสถิติการวิ่ง 5k, 10k และฮาล์ฟมาราธอนมาก่อนแล้ว
  3. เป็นคนที่ทำเวลาในการวิ่งมาราธอนได้อยู่ในช่วง 3 – 3:15 ชั่วโมง แต่ไม่เคยทำเวลาได้มากกว่านั้น

แต่ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือน 3 ข้อดังกล่าว ก็ยังสามารถฝึกตามโปรแกรมนี้ได้อยู่นะ เพียงแต่ว่าเราต้องเปลี่ยนเป้าหมายในการวิ่งเสียใหม่

  • เราก็แค่วิ่งเข้าเส้นชัยให้ได้โดยไม่ต้องสนใจเรื่องการทำเวลาเท่านั้นเอง
  • ปรับตัวให้มีการเดินพักน้อยลง
  • ฝึกฝนการรักษาระดับความเร็วให้คงที่

วิธีฝึกวิ่งมาราธอนเพื่อทำเวลาให้ได้ภายใน 3 ชั่วโมง

1. สร้างพื้นฐานในการวิ่ง

เป้าหมายคือต้องสร้างความพร้อมทั้งกายและใจด้วยการฝึกวิ่งเป็นประจำ เราควรมีวันฝึก 5-6 วันต่อสัปดาห์ และฝึกต่อเนื่อง 4-6 เดือน เมื่อร่างกายมีพื้นฐานแล้วจะมีระดับความแข็งแกร่งมากขึ้น จึงช่วยลดโอกาสในการได้รับบาดเจ็บจากการวิ่ง ซึ่งในแต่ละสัปดาห์เราจะมีระยะทางในการวิ่งรวมกันแล้วใกล้เคียง 64 กิโลเมตร

2. การเพิ่มระยะทางและระดับความเข้มข้นในการฝึก

โปรแกรมการฝึกจะออกแบบเรื่องนี้มาให้แล้ว โดยเราจะใช้วิธีค่อย ๆ เพิ่มระยะทางในระดับที่ร่างกายปรับตัวได้ทัน ดังนั้นระยะทางในวันวิ่งระยะไกลมันจะค่อย ๆ เพิ่มไปเรื่อย ๆ

3. ช่วงสำคัญในการฝึก

เมื่อถึงช่วงสำคัญในการฝึก เพื่อน ๆ น่าจะสามารถวิ่งโดยใช้ Race Pace หรือใกล้เคียงได้แล้ว ในช่วงนี้เราจะฝึกอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง ในวันวิ่งระยะไกลอาจจะใช้เวลานานตั้งแต่ 2 ชั่วโมงครึ่ง ไปจนถึง 3 ชั่วโมง

  • เมื่อฝึกวิ่งเสร็จแล้วควรรีบใช้เทคนิคการฟื้นฟูร่างกายโดยทันที ในทุกวันฝึกควรมีการนวดกล้ามเนื้อ เช่น การใช้โฟมโรลลิ่ง, มีการอาบน้ำแข็ง (Ice Bathing) เพื่อช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย
  • ในทุกวันควรได้รับสารอาหารอย่างถูกต้องเพียงพอ การจัดอาหารควรเป็นอาหารแบบนักวิ่ง
  • ในทุกสัปดาห์ ควรมีการฝึก Strength Training หรือการฝึกเพื่อเพิ่มความคล่องตัวของกล้ามเนื้อด้วย

4. เราจะลดปริมาณการฝึกในช่วงที่เข้าใกล้วันฝึก

ในช่วง 2-4 สัปดาห์สุดท้าย เราจะเริ่มลดปริมาณการฝึก เพื่อให้ร่างกายมีเวลาฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างเต็มที่ และเพื่อให้พร้อมต่อการลงแข่งนั่นเอง

รายละเอียดของการฝึก

1. การฝึกวิ่งโดยใช้เพซสำหรับการลงแข่ง (Race Pace)

ในวันวิ่งระยะไกลให้เราลองวิ่งโดยใช้เพซ 4:15 นาทีต่อ 1 กิโลเมตร ในช่วงแรกจะรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งเร็ว แต่ในภายหลังร่างกายจะเริ่มปรับตัวจนเกิดความเคยชินไปเอง การฝึกนี้จะช่วยให้เราวิ่งในโซน 3 ตลอดเวลา

2. การวิ่ง Intervals

เราสามารถไปฝึกในสนามกีฬาขนาดมาตราฐานได้ เพราะ 1 รอบสนามกีฬาจะมีระยะทาง 400 เมตร โดยให้เราฝึกวิ่ง 1.6 กิโลเมตร (เท่ากับ 1 ไมล์) แล้วตามด้วยการวิ่งสบาย ๆ 400 เมตรเพื่อฟื้นร่างกาย ให้ฝึกวนลูปซ้ำอยู่แบบนี้ 8-10 รอบ คือมีช่วงสลับกันระหว่างการวิ่ง 1 ไมล์ กับวิ่ง 400 เมตร ไปเรื่อย ๆ การฝึกนี้จะช่วยเพิ่มพลังในการวิ่งและส่งเสริมฟอร์มในการวิ่ง

3. การฝึกวิ่งขึ้นเนิน

ให้มองหาเส้นทางวิ่งขึ้นเนิน แล้ววิ่งขึ้นเนิน 30 วินาที จากนั้นพักด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้งกลับลงมา ให้ทำสลับกันไปอย่างนี้ 12 รอบ

4. การวิ่งเทมโปและการวิ่ง Progression Run

ตอนวิ่งเทมโปให้ใช้เพซ 4:02 นาทีต่อกิโลเมตร 

ส่วนการวิ่ง Progression จะใช้วิธีค่อย ๆ เพิ่มความเร็วตามตัวอย่างนี้

  • 4.8 กม. แรก ให้วิ่งช้ากว่า Race Pace เล็กน้อย
  • อีก 4.8 กม. ต่อมาก็ให้ใช้ Race Pace
  • และอีก 4.8 กม. ต่อมา ลดความเร็วให้น้อยกว่า Race Pace นิดนึง

5. การวิ่ง Easy

เราจะวิ่งสบาย ๆ ในระดับที่สามารถวิ่งไปคุยไปได้โดยไม่เหนื่อยหอบ

6. การวิ่งระยะไกล

ในแต่ละสัปดาห์จะมีวันวิ่งระยะไกล 1 วัน เป็นการฝึกร่างกายให้มีความทรหด และปรับตัวกับการวิ่งระยะทางไกล แล้วก็ให้เราฝึกเตรียมน้ำเตรียมของกินเพื่อเติมพลังงานให้ร่างกายไปด้วยเลย

รูปแบบการฝึกในแต่ละวัน

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy วิ่งในระดับสบาย ๆ สามารถวิ่งไปพูดคุยไปด้วยได้
  • วันอังคาร : ฝึก Speed Workout (ฝึกด้วยการวิ่ง Interval หรือวิ่งขึ้นเนินก็ได้ เลือกเอาอย่างเดียวพอ)
  • วันพุธ : วิ่ง Easy
  • วันพฤหัส : วิ่งเทมโป หรือวิ่ง Progression run
  • วันศุกร์ : พักทั้งวัน หรือฝึก Crosss Training แต่อย่าหักโหมมาก เหลือเวลาให้ร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้อด้วย
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล
  • วันอาทิตย์ : วิ่งระยะสั้น จะได้มีเวลาให้ร่างกายฟื้นตัว

ในโปรแกรมการฝึกจะมีวันสำหรับวิ่งเทมโป , วิ่ง Interval ,วิ่งขึ้นเนิน และกำหนดวันฝึก Cross Training มาให้แล้ว ดังนั้นในวันวิ่ง Easy เมื่อวิ่งจบแล้วก็รีบไปพักฟื้นร่างกายเลย ไม่ต้องฝึกอะไรมากกว่านี้แล้ว เพราะว่าวันเสาร์เราต้องวิ่งระยะไกล สำหรับคู่มือการฟื้นร่างกายก็สามารถหาอ่านกันได้จากในเว็บไซต์ของเรา

ตารางฝึกวิ่งมาราธอน Sub-3 ระยะเวลา 20 สัปดาห์
ภาพที่สร้างโดย Google AI

ตารางฝึกวิ่งมาราธอน Sub-3 ระยะเวลา 20 สัปดาห์

หมายเหตุ : ระยะทางวิ่งในโปรแกรมนี้ เป็นจุดทศนิยม เนื่องจากแปลงหน่วยระยะทางของต้นฉบับจากไมล์เป็นกิโลเมตรให้แล้ว (1 ไมล์ = 1.6 กิโลเมตร) เพื่อความแม่นยำและความสะดวกในการฝึก

สัปดาห์ที่ 1

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 8 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 9.65-11.26 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 1.8-3.2 กม.

สัปดาห์ที่ 2

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 8 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 11.26-12.87 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 1.8-3.2 กม.

สัปดาห์ที่ 3

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 8 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 12.87-14.48 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 1.8-3.2 กม.

สัปดาห์ที่ 4

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 8 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 14.48-16 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 1.8-3.2 กม.

สัปดาห์ที่ 5

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 6.43-8 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 9.65 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 6.43-8 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 14.48-16 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 3.2-6.43 กม.

สัปดาห์ที่ 6

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 6.43-8 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 9.65 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 6.43-8 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 16-19.31 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 3.2-6.43 กม.

สัปดาห์ที่ 7

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 6.43-8 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 9.65 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 6.43-8 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 16-19.31 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 3.2-6.43 กม.

สัปดาห์ที่ 8

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 6.43-8 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 9.65 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 6.43-8 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 19.31-22.53 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 3.2-6.43 กม.

สัปดาห์ที่ 9

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 11.26 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 19.31-22.53 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 4.82-8 กม.

สัปดาห์ที่ 10

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 11.26 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 12.87-16 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 4.82-8 กม.

สัปดาห์ที่ 11

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 11.26 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 22.53-25.75 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 4.82-8 กม.

สัปดาห์ที่ 12

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 11.26 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 22.53-25.75 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 4.82-8 กม.

สัปดาห์ที่ 13

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 12.87 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 16-19.31 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 4.82-8 กม.

สัปดาห์ที่ 14

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 12.87 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 28.96-32 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 4.82-8 กม.

สัปดาห์ที่ 15

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 12.87 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 28.96-32 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 4.82-8 กม.

สัปดาห์ที่ 16

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 12.87 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล  32-35.40 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 4.82-8 กม.

สัปดาห์ที่ 17

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 11.26 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 8-9.65 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล  22.53-25.75 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 4.82-8 กม.

สัปดาห์ที่ 18

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 9.65 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล  19.31-22.53 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 3.2-4.82 กม.

สัปดาห์ที่ 19

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 8 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 4.82-6.43 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล  16-19.31 กม.
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง Recovery 3.2-4.82 กม.

สัปดาห์ที่ 20

  • วันจันทร์ : วิ่ง Easy 3.2-4.82 กม.
  • วันอังคาร :  ฝึก Speed workout และวิ่งอีก 6.43 กม.
  • วันพุธ : วิ่ง Easy 3.2-4.82 กม.
  • วันพฤหัส : ฝึก Cross Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : วิ่งระยะไกล 8-9.65 กม.
  • วันอาทิตย์ : วันลงแข่งจริง ขอให้ทุกคนโชคดี
ตารางฝึกวิ่งมาราธอน Sub-3 ระยะเวลา 20 สัปดาห์

นอกจากฝึกวิ่งแล้วยังต้องฝึกอะไรบ้าง?

หนึ่งในสิ่งที่ยากในการฝึกวิ่งมาราธอนโดยทำเวลาให้ได้ภายใน 3 ชั่วโมงคือการป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ ดังนั้นเราจึงควรมีการฝึกกล้ามเนื้อ เช่น การยกน้ำหนักเบา ๆ โดยเน้นการฝึกกล้ามเนื้อขา และกล้ามเนื้อแกนกลาง

นอกจากนี้ ยังควรฝึก Cross training โดยเลือกกีฬาเบา ๆ ไม่มีแรงกระแทก เช่น การปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความทรหดให้กับระบบหลอดเลือดและหัวใจ ทั้งยังช่วยลดดอกาสในการได้รับบาดเจ็บ

สิ่งสำคัญที่เราต้องทำเพื่อเตรียมวิ่งทำเวลา

จะมีอยู่สามสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ การฝึกอย่างต่อเนื่อง, การวิ่งสะสมระยะทาง และการพักผ่อนฟื้นร่างกายอย่างเพียงพอ เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่เพียงเข้าเส้นชัย แต่เป็นการทำเวลาให้ทันใน 3 ชั่วโมง ดังนั้นจะขาดปัจจัยทั้ง 3 อย่างนี้ไปไม่ได้เลย เราไม่ควรขาดการฝึก และไม่ควรมองข้ามวันพักผ่อน

จะหลีกเลี่ยงการได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร?

  1. พักผ่อนให้เพียงพอปล่อยให้ร่างกายได้มีเวลาพักฟื้นไปกับการวิ่ง Easy และวันพักผ่อน
  2. การฝึก Cross training และ Strength training จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมีความทนทานมากขึ้น
  3. การได้รับสารอาหารและดื่มน้ำอย่างเพียงพอคือสิ่งสำคัญมาก เราต้องทานอาหารให้มากพอ และต้องพกพาขวดน้ำติดตัวไปด้วย

เราต้องทำอะไรบ้างในวันลงแข่งจริง

เราควรมีการเตรียมทานอาหารเติมพลังงานสะสมเอาไว้ใช้ในการลงแข่งจริง จึงต้องมีการฝึกเตรียมอาหารเอาไว้ล่วงหน้าด้วย นอกจากจะต้องทานอาหารก่อนแข่งแล้ว ยังต้องนำอาหารติดตัวไปเติมพลังงานระหว่างการวิ่งด้วย เช่น เจลให้พลังงาน ของขบเคี้ยวอัดแท่ง และอื่น ๆ อาหารในมื้อเย็นก่อนแข่งควรเป็นอาหารแบบเดียวกับมื้อเช้าก่อนการลงแข่ง เพื่อให้ย่อยง่าย และนอกจากเตรียมอาหารแล้ว ก็ยังควรเตรียมอุปกรณ์การวิ่งไว้ให้พร้อมด้วย

ใครคือคนที่เป็นเจ้าของสถิติวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุด

Eliud Kipchoge คือนักวิ่งที่เป็นเจ้าของสถิติวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุด โดยเคยทำเวลาไว้ที่ 1:59:40 นาที แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้ถูกบันทึกลงเป็นสถิติโลก เพราะในงานแข่งที่เขาไปลงแข่งนั้นมันมีปัจจัยอำนวยความสะดวกหลายอย่างที่ต่างจากงานแข่งทั่วไป

ส่วนนักวิ่งที่ได้รับการบันทึกสถิติโลกอย่างเป็นทางการคือ นักวิ่งชายชื่อ Kelvin Kiptum ทำสถิติไว้ที่ 2 ชั่วโมง 35 วินาที (ในปี 2023) และนักวิ่งหญิงชื่อ Tigst Assefa ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 11 นาที

แหล่งที่มา : http://bit.ly/46Pu36m


เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ‍♂ bit.ly/VRUNGROUP
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Running #Training
#Cycling #Triathlon #Swimming

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

Related

Tags: MarathonrunningRunning PlanRunning ProgramRunning Training Planตารางซ้อมวิ่งมาราธอนตารางฝึกวิ่งมาราธอนมาราธอนวิ่งแผนซ้อมวิ่งมาราธอนแผนฝึกวิ่งมาราธอนโปรแกรมซ้อมวิ่งมาราธอนโปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน
Previous Post

คิปโชเก้ ร่วมวิ่งเคียงข้างสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในงาน อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน 2025 คึกคักที่สุดแห่งปี

Next Post

ASICS เปิดตัวรองเท้าอินดอร์คอลเลกชันใหม่ “Shine Pack” พร้อม Brand Ambassador ร่วมเฉลิมฉลองเมกาบางนาครบรอบ 1 ปี

thip

thip

Related Posts

คู่มือฝึกวิ่งเทมโป Tempo Run วิ่งยังไง เพซเท่าไหร่

คู่มือฝึกวิ่งเทมโป Tempo Run วิ่งยังไง เพซเท่าไหร่

26/01/2026
แจกฟรี! โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 12 สัปดาห์

แจกฟรี! โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 12 สัปดาห์ ที่นักวิ่งใช้จริง

24/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์ จากพื้นฐานสู่พิชิต 21 กม.

02/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์ ตั้งแต่พื้นฐานจนจบฟูลมาราธอน

31/12/2025
โปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อสำหรับนักวิ่ง

โปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อสำหรับนักวิ่ง 4 สัปดาห์ เพิ่มความแข็งแรง ลดเสี่ยงบาดเจ็บ

29/12/2025
ท่าฝึกกล้ามเนื้อสะโพก

5 ท่าฝึกกล้ามเนื้อสะโพก เพิ่มสปีดการวิ่งให้เร็วขึ้นอย่างเห็นผล

03/01/2026
Next Post
ASICS เปิดตัวรองเท้าอินดอร์คอลเลกชันใหม่ “Shine Pack” พร้อม Brand Ambassador ร่วมเฉลิมฉลองเมกาบางนาครบรอบ 1 ปี

ASICS เปิดตัวรองเท้าอินดอร์คอลเลกชันใหม่ “Shine Pack” พร้อม Brand Ambassador ร่วมเฉลิมฉลองเมกาบางนาครบรอบ 1 ปี

ติดตาม และร่วมสนุกไปกับเรา

  • 51k Subscribers
  • 1.4k Followers

เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน

บทความน่าสนใจ

การว่ายน้ำสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากน้อยแค่ไหน

การว่ายน้ำสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากน้อยแค่ไหน

by thip
09/03/2019

Under Armour นำ ‘Protect This House’ แคมเปญระดับตำนานกลับมาอีกครั้งหวนคืนสู่แก่นแท้ของนักกีฬา ปูทางให้นักกีฬารุ่นใหม่

Under Armour นำ ‘Protect This House’ แคมเปญระดับตำนานกลับมาอีกครั้งหวนคืนสู่แก่นแท้ของนักกีฬา ปูทางให้นักกีฬารุ่นใหม่

by VRUN VRIDE
11/04/2023

ท้าความตาย – งานแข่งวิ่งขึ้นเขา Appalachian Trail

ท้าความตาย – งานแข่งวิ่งขึ้นเขา Appalachian Trail

by thip
07/09/2019

[ข่าวลือ] อุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาลทัวร์ด้วย Virtual Tour de France บนแพลตฟอร์ม Zwift

[ข่าวลือ] อุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาลทัวร์ด้วย virtual Tour de France บนแพลตฟอร์ม Zwift

by thip
25/06/2020

วางขายแล้ว Salomon XA-Pro Fusion ADVANCED

วางขายแล้ว Salomon XA-Pro Fusion Advanced รองเท้าวิ่งเทรลรุ่นล่าสุดในคอลเลคชั่น Spring/Summer 2020

by thip
28/08/2020

สมัครบัตรเครดิต KTC REV รับส่วนลดสูงสุด 25% แบรนด์ Nike, HOKA, Saucony, REV RUNNR

KTC REV CREDIT CARD
วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ไตรกีฬ

วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี รวบรวมทุกรายการ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา ครอบคลุมทุกรายการแข่งขันไว้ที่นี่ พร้อมข่าวสารวงการวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา รองเท้าวิ่ง จักรยานเสือหมอบ รถไตรกีฬา ให้เรื่องกีฬาใกล้ตัวคุณ ต้องการประชาสัมพันธ์กิจกรรม การแข่งขันวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของท่าน

ติดต่อเรา: vrunvride@gmail.com

แท็กยอดนิยม

5K adidas ASICS cycling Exercise Exercises Fun Run Garmin Health Marathon Nike Nutrition Other Running Road Cycling run runner running Running Guide Running Plan Running Program running shoes Running Training Plan workout การวิ่ง งานวิ่ง งานแข่งวิ่ง ตารางซ้อมวิ่ง ตารางฝึกวิ่ง ท่าฝึกกล้ามเนื้อ ท่าออกกำลังกาย นักวิ่ง ปั่นจักรยาน มาราธอน รองเท้าวิ่ง วิ่ง วิ่งมาราธอน สุขภาพ ออกกำลังกาย อาดิดาส แผนซ้อมวิ่ง แผนฝึกวิ่ง โปรแกรมซ้อมวิ่ง โปรแกรมฝึกวิ่ง ไตรกีฬา ไนกี้

ประเภทยอดนิยม

  • Cycling (173)
  • Fitness & Health (379)
  • News (914)
  • Review (126)
  • Running (974)
  • Stories (202)
  • Training (496)
  • Triathlon (109)

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
Loading...
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา

© WHERE TO RUN WHEN TO RIDE : วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี