วันอังคาร, มีนาคม 10, 2026
  • Login
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
No Result
View All Result
Home Cycling

วิธีการฝึกซ้อม เพื่อลงแข่งปั่นจักรยานระยะทางไกล

thip by thip
01/12/2019
in Cycling, Training
0
วิธีการฝึกซ้อม เพื่อลงแข่งปั่นจักรยานระยะทางไกล

Designed by jcomp / Freepik

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

วิธีการฝึกซ้อม เพื่อลงแข่งปั่นจักรยานระยะทางไกล

สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการลงแข่งปั่นจักรยาน Grand Fondo , งานการกุศลที่มีระยะทาง 100 ไมล์ หรือ 160 กิโลเมตร โปรแกรมการซ้อมของเราควรโฟกัสไปที่การเพิ่มความฟิตให้กับความทรหดของระบบหลอดเลือดและหัวใจ , ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ/ความทรหด และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ

ซึ่งคุณสมบัติทั้งสามอย่างนี้ จะทำให้เราพร้อมลงแข่งแน่นอน แต่จุดเริ่มต้นในการฝึกของเพื่อนๆแต่ละคนจะต่างกันไป โดยมีปัจจัยดังนี้คือ ระดับความฟิตในปัจจุบันของเรา , ประสบการณ์ในการปั่นจักรยานและเวลาว่าง

แผนการซ้อมสำหรับการปั่นจักรยานระยะทางไกล

ในเส้นทางขึ้นเนินระยะไกลหรือเส้นทางในภูเขานั้น ถือเป็นการทดสอบความแกร่งของกล้ามเนื้อขาเลยก็ว่าได้ การมี Mindset ที่แข็งแกร่งและเป็นด้านบวกนี่ล่ะที่จะสร้างความแตกต่างอันยิ่งใหญ่ ถ้าหากว่าแถวบ้านเพื่อนๆไม่มีเส้นทางขึ้นเนิน/ภูเขาล่ะก็ เราสามารถไปฝึกปั่นจักรยานต้านลมบนถนนราบเรียบแทนได้เหมือนกัน ถ้าหากว่าแถวบ้านไม่มีลมก็ยังสามารถไปฝึกปั่นจักรยานบนเทรนเนอร์ ซึ่งสามารถปรับระดับแรงต้านได้ หรือไปซ้อมปั่นบนถนนแต่ให้ปรับระดับเกียร์ให้ยากที่สุด ก็เป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มความเข้มข้นในการฝึก

ถ้าเป้าหมายของเพื่อนๆคือการปั่นจักรยาน 100 ไมล์ล่ะก็ จากนี้ไปคือแผนการฝึกซึ่งใช้กับทั้งการฝึกปั่นจักรยานกลางแจ้งและในร่ม ระยะทางในการวิ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ 1-3 และจะลดลงในสัปดาห์ที่ 4 เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว

สำหรับการปั่นจักรยานในร่ม เราสามารถซ้อมปั่นบนเทรนเนอร์หรือจะใช้จักรยานฟิตเนสก็ได้ โดยให้ซ้อม 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการปั่นระยะไกลในช่วงท้ายสัปดาห์

วิธีการฝึกซ้อม เพื่อลงแข่งปั่นจักรยานระยะทางไกล

เดือนที่ 1 : เพิ่มความฟิตให้กับระบบหัวใจและหลอดเลือด

สัปดาห์ที่ 1

  • วันจันทร์ :  ปั่นแบบ Easy 30 นาที + Strength Training
  • วันอังคาร :  ปั่น 45 นาทีหรือ 16 กม.
  • วันพุธ :  ปั่น 45 นาทีหรือ 16 กม.
  • วันพฤหัส : ปั่นแบบ Easy 30 นาที + Strength Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ :  ปั่น 40-48 กม.
  • วันอาทิตย์ : ปั่น 24-32 กม.

สัปดาห์ที่ 2

  • วันจันทร์ :  ปั่นแบบ Easy 30 นาที + Strength Training
  • วันอังคาร :  ปั่น 45 นาทีหรือ 16 กม.
  • วันพุธ :  ปั่น 45 นาทีหรือ 24 กม.
  • วันพฤหัส : ปั่นแบบ Easy 30 นาที + Strength Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ :  ปั่น 48-56 กม.  
  • วันอาทิตย์ : ปั่น 32-40 กม.  

สัปดาห์ที่ 3

  • วันจันทร์ :  ปั่นแบบ Easy 30 นาที + Strength Training
  • วันอังคาร :  ปั่น 45 นาทีหรือ 32 กม.
  • วันพุธ :  ปั่น 45 นาทีหรือ 32 กม.
  • วันพฤหัส : ปั่นแบบ Easy 30 นาที + Strength Training
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ :  ปั่น 56-64 กม.
  • วันอาทิตย์ : ปั่น 32-48 กม.

สัปดาห์ที่ 4

  • วันจันทร์ :  ปั่นแบบ Easy 30 นาที + Strength Training
  • วันอังคาร :  ปั่น 45 นาทีหรือ 16 กม.
  • วันพุธ :  พัก
  • วันพฤหัส : พัก
  • วันศุกร์ : ปั่นแบบ Easy 30 นาที + Strength Training
  • วันเสาร์ :  ปั่น 40-48 กม.
  • วันอาทิตย์ : ปั่น 32-40 กม.

เดือนที่ 2 : สำหรับในเดือนนี้ , ให้เพิ่มระยะทางในการปั่นจักรยานในร่มให้มากขึ้นอีก เพิ่มระยะทางการปั่นจักรยานระยะไกลให้ได้ 56 กม. ในสัปดาห์ที่สามควรมีระยะทางเพิ่มถึง 72-80 กม.

เดือนที่ 3 : ให้เริ่มต้นจากระยะทาง 72-80 กม. แล้วค่อยๆเพิ่มทุกสัปดาห์ จนกระทั่งสัปดาห์ที่สามมีระยะทางได้ประมาณ 104-112 กม.

ก่อนถึงวันลงแข่ง : ในช่วงวันหยุดก่อนจะถึงวันลงแข่งให้ละระยะทางในการปั่นลงเอาให้ได้ประมาณ 64-72 กม. ในช่วงสองวันก่อนวันลงแข่งให้ปั่นจักรยานแบบ Easy 45 นาทีเพื่อฟื้นตัว (ปั่นในระดับที่สามารถพูดคุยกับผู้อื่นได้สบายๆ) และในวันสุดท้ายก่อนวันลงแข่งให้พัก 1 วัน

วิธีการฝึกซ้อม เพื่อลงแข่งปั่นจักรยานระยะทางไกล
Designed by Freepik

รูปแบบการฝึก Strength Training สำหรับการปั่นจักรยานระยะทางไกล

การปั่นจักรยานต้องใช้ร่างกายส่วนล่างเป็นหลัก จึงง่ายต่อการฝึก Strength Training แต่อย่างไรก็ตามกล้ามเนื้อร่างกายส่วนบนมีหน้าที่ในการพยุงลำตัว และการมีกล้ามเนื้อแกนกลางที่แข็งแรงจะช่วยป้องกันอาการปวดหลังและอาการเมื่อยล้า , แขนและไหล่ที่แข็งแรงยังสามารถทำให้เราปั่นจักรยานได้นานบนเส้นทางรายเรียบที่มีระยะทางไกล , ในขณะที่กล้ามเนื้อแกนกลางที่แข็งแรงจะมอบพลังในการปั่นขึ้นเนิน

ควรฝึก Strength Training สองวันต่อสัปดาห์ วันที่เหมาะก็คือวันจันทร์และวันพฤหัส แต่ถ้ามันขัดกับเวลาในชีวิตประจำวันละก็ให้ทำอย่างไรก็ได้ให้เราได้ฝึกสองวันต่อสัปดาห์และอย่าฝึกสองวันติดต่อกันจะทำให้เรามีรูปร่างที่ดีแน่นอน

ให้เราวอร์มอัพด้วยการเล่นคาร์ดิโอเบาๆ 5-10 นาที ก่อนที่จะเริ่มต้นการฝึกท่าเหล่านี้

1.ท่า Dumbbell Goblet Squat

  1. ถือดัมเบลในแนวตั้ง (หรือใช้อะไรหนักๆก็ได้) เอาไว้ในระดับเดียวกันกับหน้าอก
  2. ยืนกางขาให้ตำแหน่งของเท้ากว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อย , ชี้ปลายนิ้วเท้าออกด้านข้างเล็กน้อย (ยิ่งก้นมีการเคลื่อนไหวน้อยเท่าไหร่ ยิ่งต้องชี้ปลายนิ้วเท้าออกมากขึ้นเท่านั้น)
  3. หย่อนก้นลงมาตรงๆเข้าหาพื้น เปิดหน้าอกและดึงไหล่ลงมาที่ด้านล่างและด้านหลัง
  4. ออกแรงกล้ามเนื้อสะโพกยกตัวกลับมาสู่ท่าเดิม
  5. ให้ฝึกท่านี้เซ็ตละ 8-12 ครั้ง จำนวน 2-3 เซ็ต หลังการฝึกแต่ละเซ็ตควรพัก 60-90 วินาที

การดัดแปลง : ท่านี้เราสามารถใช้น้ำหนักตัวเองและทำท่า Squad ลงมาก็ได้ (โดยไม่ต้องยกน้ำหนัก) หรือจะใช้ suspension trainer ในการช่วยทำท่า Squad ก็ได้ , ถ้าหากทำท่านี้ตามตัวอย่างไม่ได้ ให้ลดระยะทางการเคลื่อนไหวและไม่ต้องใช้ดัมเบล

2.ท่า Rubber Resistance Bilateral Seated Row

  1. นั่งลงกับพื้นและยื่นขาออกมาด้านหน้าและผูก RESISTANCE BAND ไว้ที่ปลายเท้าทั้งสอง
  2. หายใจออก , งอศอกขวาและดึงศอกไปด้านหลังลำตัวตรงๆเลย
  3. พยายามรักษาการทรงตัวไว้ในท่าเดิมโดยใช้หัวไหล่ , จากนั้นค่อยๆกลับไปสู่ท่าเริ่มต้นช้าๆ
  4. ให้ฝึกสลับข้างไปเรื่อยๆ , ใช้เวลาดึงแขนเข้ามา 1 วินาที แต่เวลาปล่อยแขนกลับท่าเดิมให้ใช้เวลา 2-3 นาที
  5. พยายามกดไหล่ลงด้านล่างให้ห่างจากหูและหน้าอกต้องเปิดกว้างตลอด , เมื่อเราดึงไหล่ไปด้านหลังก็ให้หมุนหลังส่วนบน
  6. ให้ฝึกเซ็ตละ 10-12 ครั้ง จำนวน 2-3 เซ็ต หลังการฝึกแต่ละเซ็ตให้พัก 30-60 วินาที

3.ท่า Dumbbell Split Squat

  1. เริ่มต้นด้วยการวางเท้าข้างใดข้างหนึ่งไว้ด้านหน้า โดยให้ไหล่ตั้งอยู่ในแนวเดียวกันกับสะโพก , มือทั้งสองข้างถือดัมเบลเอาไว้
  2. งอเข่าทั้งสองข้าง , หย่อนก้นลงมาจนกระทั่งเข่าที่อยู่ด้านหลังเกือบจะถึงพื้น
  3. รักษาท่วงท่าของร่างกายส่วนบนเอาไว้ , หายใจเข้าในช่วงที่เรากำลังหย่อนตัวช้าๆ , จากนั้นหายใจออกและดันตัวกลับขึ้นไปท่าเดิม
  4. ไหล่ต้องตั้งฉากตลอดและต้องยกหน้าอกไว้ตลอดเวลา
  5. ทำเซ็ตละ 8-12 ครั้ง จำนวน 2-3 เซ็ต ในแต่ละเซ็ตให้พัก 30-60 วินาที

4.ท่า Push-Up to Side Plank

  1. ทำท่าวิดพื้น (ด้วยเข่าหรือปลายเท้า)
  2. จากนั้นหมุนร่างกายขึ้นไปเป็นท่า Side Plank , หมุนข้อเท้าด้วยเพื่อที่จะวางเท้าด้านข้างไว้บนพื้น , ก้นทั้งสองข้างจะต้องอยู่ในแนวตั้ง , ยกแขนข้างนึงชี้ขึ้นไปบนฟ้า
  3. ค้างไว้ 4-5 วินาที , จากนั้นค่อยกลับสู่ท่าเดิม , วิดพื้นอีกครั้ง , ทำท่า Side Plank อีกครั้งโดยเปลี่ยนข้าง
  4. ในขณะที่ฝึกทั้งสองท่านี้กระดูกสันหลังของเราต้องเป็นเส้นตรงตลอดเวลา ในขณะที่เราต้องเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องตลอดเวลาไปด้วย
  5. ในหนึ่งเซ็ตให้เราวิดพื้น 8 ครั้ง ทำท่า Side Plank ซ้ายขวาข้างละ 4 ครั้ง แล้วพัก 30-60 วินาที ฝึกให้ได้ 2-3 เซ็ต

5.ท่า Dumbbell Bent Legged Dead Lift

  1. เริ่มต้นด้วยการยืนกางขาและถือดัมเบลสองอันไว้ด้านหน้า
  2. ก้มตัวลงมาด้านหน้า (เฉพาะร่างกายส่วนบน ให้ใช้สะโพกเป็นแกนกลาง) , ดันก้นไปด้านหลัง ,และในขณะเดียวกันก็งอเข่าไปด้วย
  3. หายใจเข้า ก้มตัวลงมาเรื่อยๆจนกระทั่งกระดูกสันหลังเกือบจะขนานกับพื้น , หย่อนดัมเบลตามลงมาด้วย
  4. หายใจออก , ออกแรงบริเวณสะโพกยกตัวกลับขึ้นไป และยืดเข่ากลับไปสู่ท่าเดิม
  5. เกร็งกล้ามเนื้อท้องให้แน่นเข้าไว้ , รักษาท่วงท่าให้กระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง อย่าให้กระดูกสันหลังงอหรือโค้ง
  6. ทำเซ็ตละ 8-12 ครั้ง หลังการฝึกแต่ละเซ็ตให้พัก 90 วินาที และให้ฝึกทั้งหมด 2-3 เซ็ต

6.ท่า Glute Bridge

  1. เริ่มต้นด้วยการนอนหงายกับพื้น , กางขาออกและงอเข่า
  2. หายใจออกในขณะที่ออกแรงกดเท้าลงกับพื้น , ยกก้นลอยขึ้นมาจะกระทั่งเหลือแต่หัวไหล่ที่ปักอยู่บนพื้น
  3. ยกนิ้วเท้าขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย , หายใจเข้าแล้วหย่อนก้นลงมากลับสู่ท่าเริ่มต้น
  4. ในตอนที่ตัวของเรากลายเป็นท่าสะพานนั้น ให้เราซุกกระดูกก้นกบเอาไว้ด้านล่างจะทำให้หลังของเราไม่งอมากจนเกินไป
  5. ให้เราฝึกเซ็ตละ 8-12 ครั้ง หลังการฝึกในแต่ละเซ็ตให้พัก 30 วินาที และให้ฝึกประมาณ 2-3 เซ็ต

7.ท่า Bird Dog

  1. เริ่มต้นด้วยการยืนสี่ขาเอาเข่าปักลงพื้นยืนแขนตรงเอาฝ่ามือยันพื้นไว้ ตำแหน่งของมือต้องอยู่ใต้หัวไหล่ , ตำแหน่งของเข่าต้องอยู่ใต้ก้น
  2. หายใจออกแล้วยกแขนขวาและขาซ้ายให้กลายเป็นเส้นตรงแนวเดียวกันกับกระดูกสันหลัง , เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องเอาไว้ , ระวังอย่าขยับกล้ามเนื้อหลังล่าง
  3. ปล่อยคอสบายๆเป็นธรรมชาติ มองตรงไปด้านหน้าอย่าเงยหน้าและอย่าก้มมองพื้น , กระดูกสันหลังต้องเป็นเส้นตรง , ตัวเราต้องเป็นเส้นตรงตั้งแต่หัวจรดเท้า
  4. ค้างไว้ท่านี้ 20-30 วินาทีและให้เราหายใจต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ
  5. ขยับตัวกลับสู่ท่าเริ่มต้นอย่างช้าๆ , และทำซ้ำอีกข้างนึง
  6. ในหนึ่งเซ็ตให้เราทำท่านี้ทั้งข้างซ้ายและขวา 2-4 รอบ ไม่มีการหยุดพักหลังจากสลับข้าง

การฝึกความยืดหยุ่นให้ร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปั่นจักรยานระยะไกล

เพราะว่าสะโพก , เข่าและข้อเท้าไม่ได้เคลื่อนไหวยืดเหยียดในตอนที่เราปั่นจักรยาน คนที่ลงแข่งจักรยานระยะไกลจึงมักมีอาการกล้ามเนื้อแน่นเกิดขึ้น

ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ ที่ทางเราเลือกมานั้นมีไว้ใช้หลังจากการปั่นจักรยานระยะไกล และจะใช้เวลาในการยืดกล้ามเนื้อไม่เกิน 7-10 นาที มีทั้งหมด 6 ท่าและมีความสำคัญมากทุกท่า และถ้าหากเป็นไปได้ก็ควรไปเข้าคอร์สเรียนโยคะหรือพิลาทิส

Supine Hamstring Leg Pull

  • นอนหันหลังลงบนพื้นโดยให้วางขาซ้ายเหยียดตรงราบกับพื้น , ยกขาขวาขึ้นแล้วใช้ผ้าหรือยางยืดพันไว้ที่รอบเท้าขวา
  • ใช้มือดึงที่ปลายผ้าหรือยางยืดทั้งสองข้าง , ขาขวาจะต้องชี้ตรงตลอดเวลา , ค่อยๆดึงขาขวาเข้าใกล้หน้าอกอย่างนุ่มนวล เพื่อยืดกล้ามเนื้อขาด้านหลัง
  • ทำซ้ำกับขาอีกข้าง

Figure-4 Hip Stretch

  • นอนหันหลังลงบนพื้น , เอาข้อเท้าขวาไปวางไว้ที่เข่าซ้าย (แต่อย่าวางทับข้อต่อของหัวเข่า) , งอและยกขาซ้ายเข้าหาหน้าอก ในขณะที่ใช้มือทั้งสองข้างจับต้นขาเอาไว้ , เกร็งขาข้างขวาเอาไว้ในขณะที่ขาซ้ายต้องรู้สึกผ่อนคลาย
  • ค่อยๆเปิดเข่าขวาของเราในขณะที่กำลังดีงขาซ้ายเข้ามา
  • ค้างไว้ 20-30 วินาทีก่อนที่จะเปลี่ยนข้าง

Prone Cobra Torso Stretch

  • นอนคว่ำลงเอาแขนไว้ข้างลำตัว , เอาแขนด้านหน้าวางไว้กับพื้น
  • ยกหน้าอกลอยขึ้นมาจากพื้น , เป็นการยืดกล้ามเนื้อส่วนด้านหน้าของร่างกาย
  • ทำท่านี้ค้างไว้ 30 วินาที

Side-Lying Quad and Hip Flexor Stretch

  • เริ่มต้นด้วยการนอนหันร่างกายด้านขวาลงกับพื้น , เอาศอกขวายันพื้นไว้แบบเดียวกับในคลิปตัวอย่าง , เอามือซ้ายจับข้อเท้าซ้ายดึงไปไว้ด้านหลัง จนเป็นท่างอเข่า
  • เราจะต้องรู้สึกว่ากล้ามเนื้อยืดในบริเวณด้านหน้าของสะโพกและต้นขา
  • ค้างไว้ 30 วินาทีก่อนที่จะเปลี่ยนข้าง

Butterfly Groin Stretch

  • นั่งลงกับพื้นเอาฝ่าเท้าทั้งสองข้างแปะกันไว้ , เข่าชี้ออกไปด้านนอกทั้งสองข้าง
  • เอามือจับเท้าไว้ , ดึงร่างกายมาด้านหน้าเบาๆในขณะที่ต้องพยายามให้หลังแบนราบตลอดเวลา และดึงเข่าลงมาข้างล่างอย่างนุ่มนวล
  • ค้างไว้ 30 วินาที

Seated Head Tilt Neck Stretches

  • นั่งขัดสมาธิ , ยื่นมือขวาออกไปด้านข้างออกห่างจากตัวเรา ให้ชี้มือออกไปด้านข้างเลย
  • ใช้มือซ้ายจับศีรษะเอียงมาด้านซ้ายอย่างช้าๆและนุ่มนวล , เป็นการยืดกล้ามเนื้อคอด้านขวา
  • ค้างไว้ 30 วินาทีก่อนที่จะเปลี่ยนข้าง

ที่มา : https://bit.ly/32G9tRA


เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ‍♂ bit.ly/VRUNGROUP
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

Related

Tags: cyclingCycling Guidcycling planCycling Trainingcyclistนักปั่นจักรยานปั่นจักรยานแผนซ้อมปั่นจักรยาน
Previous Post

เผยโฉม! adidas Ultraboost 20 รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุด

Next Post

วิ่งรอบโลก : งานแข่งวิ่ง Boston Marathon – ประเทศสหรัฐอเมริกา

thip

thip

Related Posts

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 17 สัปดาห์ สำหรับลงแข่งครั้งแรก

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 17 สัปดาห์ สำหรับลงแข่งครั้งแรก

02/02/2026
โปรแกรมฝึกวิ่ง 10 กม. 8 สัปดาห์ สำหรับนักวิ่งทุกระดับ

โปรแกรมฝึกวิ่ง 10 กม. 8 สัปดาห์ สำหรับนักวิ่งทุกระดับ

28/01/2026
แจกฟรี! โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 12 สัปดาห์

แจกฟรี! โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 12 สัปดาห์ ที่นักวิ่งใช้จริง

24/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์ จากพื้นฐานสู่พิชิต 21 กม.

02/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์ ตั้งแต่พื้นฐานจนจบฟูลมาราธอน

31/12/2025
โปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อสำหรับนักวิ่ง

โปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อสำหรับนักวิ่ง 4 สัปดาห์ เพิ่มความแข็งแรง ลดเสี่ยงบาดเจ็บ

29/12/2025
Next Post
วิ่งรอบโลก : งานแข่งวิ่ง Boston Marathon

วิ่งรอบโลก : งานแข่งวิ่ง Boston Marathon – ประเทศสหรัฐอเมริกา

ติดตาม และร่วมสนุกไปกับเรา

  • 54.4k Subscribers
  • 1.4k Followers

เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน

บทความน่าสนใจ

การได้รับโปรตีนมากเกินไปเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

การได้รับโปรตีนมากเกินไปเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

by thip
25/06/2019

วิ่งรอบโลก : อ็อกแลนด์ มาราธอน (Auckland Marathon) – นิวซีแลนด์

วิ่งรอบโลก : อ็อกแลนด์ มาราธอน (Auckland Marathon) – นิวซีแลนด์

by thip
20/06/2019

การวิ่งนั้นดีหรือไม่ดีต่อเข่าของเรากันแน่?

การวิ่งนั้นดีหรือไม่ดีต่อเข่าของเรากันแน่?

by thip
16/04/2019

Garmin Enduro

Garmin Enduro นาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นใหม่ สำหรับนักวิ่งอัลตร้า

by thip
22/02/2021

10 สูตรสลัดพลังงานสูงที่อุดมไปด้วยความอร่อยและไม่น่าเบื่อจำเจ

10 สูตรสลัดพลังงานสูงที่อุดมไปด้วยความอร่อยและไม่น่าเบื่อจำเจ

by thip
24/03/2020

สมัครบัตรเครดิต KTC REV รับส่วนลดสูงสุด 25% แบรนด์ Nike, HOKA, Saucony, REV RUNNR

KTC REV CREDIT CARD
วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ไตรกีฬ

วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี รวบรวมทุกรายการ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา ครอบคลุมทุกรายการแข่งขันไว้ที่นี่ พร้อมข่าวสารวงการวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา รองเท้าวิ่ง จักรยานเสือหมอบ รถไตรกีฬา ให้เรื่องกีฬาใกล้ตัวคุณ ต้องการประชาสัมพันธ์กิจกรรม การแข่งขันวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของท่าน

ติดต่อเรา: vrunvride@gmail.com

แท็กยอดนิยม

5K adidas ASICS cycling Exercise Exercises Fun Run Garmin Health Marathon Nike Nutrition Other Running Road Cycling run runner running Running Guide Running Plan Running Program running shoes Running Training Plan workout การวิ่ง งานวิ่ง งานแข่งวิ่ง ตารางซ้อมวิ่ง ตารางฝึกวิ่ง ท่าฝึกกล้ามเนื้อ ท่าออกกำลังกาย นักวิ่ง ปั่นจักรยาน มาราธอน รองเท้าวิ่ง วิ่ง วิ่งมาราธอน สุขภาพ ออกกำลังกาย อาดิดาส แผนซ้อมวิ่ง แผนฝึกวิ่ง โปรแกรมซ้อมวิ่ง โปรแกรมฝึกวิ่ง ไตรกีฬา ไนกี้

ประเภทยอดนิยม

  • Cycling (173)
  • Fitness & Health (379)
  • News (920)
  • Review (126)
  • Running (976)
  • Stories (207)
  • Training (498)
  • Triathlon (109)

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
Loading...
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา

© WHERE TO RUN WHEN TO RIDE : วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี