วันจันทร์, มกราคม 26, 2026
  • Login
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
No Result
View All Result
Home Running

แผนซ้อมวิ่ง Half Marathon ที่จะทำให้เพื่อนๆเข้าเส้นชัยได้ภายใน 2 ชั่วโมง

thip by thip
12/01/2020
in Running, Training
0
แผนซ้อมวิ่ง Half Marathon

Girl photo created by nensuria - www.freepik.com

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

แผนซ้อมวิ่ง Half Marathon ที่จะทำให้เพื่อนๆเข้าเส้นชัยได้ภายใน 2 ชั่วโมง

นี่เป็น แผนซ้อมวิ่ง Half Marathon ที่จะช่วยให้เพื่อนๆสามารถทำเวลาได้ 1:59:59 โดยมีช่วงเวลาซ้อมแบบเน้นคุณภาพสัปดาห์ละ 2 ครั้งเท่านั้น หากเพื่อนๆมีเป้าหมายที่จะพิชิตเส้นชัยให้ได้ภายใน 2 ชั่วโมงก็ให้ฝึกตามนี้ได้เลยจ้า

เรามีคุณสมบัติในการทำเวลา 2 ชั่วโมงหรือไม่

ในการวิ่งฮาล์ฟมาราธอนโดยทำเวลาให้ได้ 2 ชั่วโมง เราจะต้องมีความสามารถดังนี้คือ

  • มีระยะทางการซ้อมวิ่งต่อสัปดาห์อยู่ที่ 24-48 กม.
  • สามารถทำเวลาในการวิ่ง 10k ได้ภายใน 54 นาทีหรือน้อยกว่านั้น
  • เคยวิ่งฮาล์ฟมาราธอนมามากกว่า 1 ครั้งขึ้นไป
  • สามารถทำเวลาในการวิ่งฮาล์ฟมาราธอนในเส้นทางปกติได้ประมาณ 2 ชั่วโมง 4 นาที ถึง 6 นาที
  • สามารถทำเวลาในการวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่มีเส้นทางขึ้นเนินหรือมีลมแรงได้ภายใน 2 ชั่วโมง 8 นาที ถึง 12 นาที

ถ้าหากรู้สึกว่ามันยากเกินไปก็ให้เปลี่ยนไปใช้แผนการซ้อมอื่นๆได้เลย (ในเว็บเรามีเพียบ)

เราต้องมีความฟิตแค่ไหน จึงจะสามารถทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง

เราควรสามารถทำเวลาในการวิ่ง 5k ได้ภายใน 25-26 นาที และสามารถวิ่ง 10k โดยใช้เวลา 54 นาทีหรือน้อยกว่านั้น แต่ถ้าหากเพื่อนๆเคยวิ่งฮาล์ฟมาราธอนมาก่อน และจะกลับมาเริ่มต้นการซ้อมใหม่ก็มีโอกาสที่เราจะมีความคืบหน้าในการซ้อมเร็วกว่านักวิ่งมือใหม่ ซึ่งเป็นผลมาจาก Muscle Memory นั่นเอง

มันไม่เกี่ยวว่าเราจะเป็นนักวิ่งมือใหม่หรือนักวิ่งที่มีประสบการณ์ เราแค่ต้องฝึกฝนร่างกายให้สามารถวิ่งได้ 2 ชั่วโมงโดยรู้สึกสบายๆ และในตอนซ้อมเราจะต้องรู้สึกว่าเรากำลังใช้เพซที่ช้ากว่าในวันแข่งจริง

คนทั่วไปมักจะสามารถวิ่ง 5k ได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าจะวิ่งได้ไกลกว่านั้นก็ต้องให้เวลาร่างกายในการปรับตัวให้เข้ากับระดับความเข้มข้นในการวิ่ง สำหรับการวิ่งฮาล์ฟมาราธอนให้ได้ 2 ชั่วโมงนั้นหมายความว่า เราต้องสามารถทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 5:40 นาทีต่อ 1กม. นอกจากนี้ในด้านของจิตใจเรายังควรมีความมั่นใจว่าร่างกายจะสามารถวิ่งต่อไปได้ถึง 2 ชั่วโมง

เราจำเป็นต้องเอาของกินติดตัวไปด้วยหรือไม่

เรามีความจำเป็นต้องกินและดื่มระหว่างทาง นักวิ่งบางคนคิดว่าตัวเองสามารถลงแข่งฮาล์ฟมาราธอนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องดื่มนักกีฬาหรือเจลพลังงานใดๆ แต่มันจะทำให้พบกับความยากลำบากในช่วงเส้นทางสุดท้าย ดังนั้นเราควรได้รับคาร์โบไฮเดรตชั่วโมงละ 45-60 กรัม และอย่าลืมซ้อมทานอาหารในตอนวิ่งระยะไกลด้วยนะ

หากรู้สึกว่าการซ้อมมันยากเกินไป จะรู้ได้อย่างไรว่าควรที่จะเลิกตอนไหน

หากเพื่อนๆวิ่งโดยใช้เพซที่เร็วกว่าเดิมหรือเพิ่มระยะทางในการวิ่งมากกว่าเดิม ร่างกายจะเริ่มออกอาการแน่นอน ในการซ้อมนั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะแยกแยะอาการเมื่อยล้ากับอาการบาดเจ็บให้ออก มันมีความแตกต่างระหว่างความรู้สึกเบิร์นกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย และความเจ็บปวดทุกครั้งที่ก้าวเท้า ดังนั้นคอยสังเกตให้ดี

ควรจะฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางด้วยท่าไหนดี

การฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางจะช่วยให้เราสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งที่ดีเอาไว้ได้ ดังนั้นจึงควรมีการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางทุกสัปดาห์ด้วย

1.ท่า Bicycle

ทำไมต้องฝึกท่านี้ : มันจะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง โดยมันจะเป็นท่าที่เลียนแบบการวิ่ง

วิธีการฝึก : นอนหันหลังลงกับพื้น , งอเข่าขวาและยกขาขึ้นมาให้หน้าแข้งขนานกับพื้น , ยกขาซ้ายเหนือพักสักนิ้วสองนิ้ว , ค้างไว้สองวินาที , จากนั้นจึงสลับข้าง ให้สลับกันไปเรื่อยๆ 30-60 วินาที

2.ท่า Advanced plank

เพื่อนๆสามารถทำตามแบบฝึกในวิดีโอนี้ได้เลย

ทำไมต้องฝึกท่านี้ : มันจะช่วยฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางส่วนที่ทำให้ลำตัวอยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติและฝึกกล้ามเนื้อสะโพกด้วย

วิธีการฝึก : ทำท่า Plank จนร่างกายเป็นเส้นตรงตั้งแต่หัวจรดเท้า , ออกแรงกล้ามเนื้อแกนกลางแล้วยกขาซ้ายและแขนขวาขึ้นมา , ค้างไว้สองวินาที , ออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อสะโพกแล้วกลับสู่ท่าเดิม , สลับข้างไปเรื่อยๆจนถึง 30-60 วินาที

3.ท่า Reverse plank with leg lifts

ทำไมต้องฝึกท่านี้ : มันจะช่วยฝึกกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังซึ่งช่วยให้เราตัวตรงและช่วยฝึกกล้ามเนื้อสะโพกด้วย

วิธีการฝึกท่านี้ : นอนหงายหลัง , ทิ้งน้ำหนักลงที่ข้อศอกและส้นเท้า , ยกก้นขึ้นมา , ยกขาขวา , ค้างไว้หลายวินาที , จากนั้นจึงสลับข้างจนครบ 30-60 วินาที

4.ท่า Marching bridge

ทำไมต้องฝึกท่านี้ : มันจะช่วยให้ก้นและลำตัวมีความมั่นคงและเป็นการฝึกกล้ามเนื้อสะโพก

วิธีฝึก : นอนหงายและงอเข่าและวางเท้าขวาที่พื้น , ขาซ้ายเหยียดตรงจากนั้นยกก้นและขาซ้ายขึ้นมา , ค้างไว้ 2 นาที , ในขณะที่ยกก้นกลางอากาศก็ให้สลับขาไปเรื่อยๆจนได้ 30-60 วินาที

5.ท่า Side plank with leg raises

ทำไมต้องฝึกท่านี้ : มันจะช่วยให้กล้ามเนื้อ oblique มีความแข็งแรงมากขึ้น เพื่อให้กระดูกสันหลังตั้งตรงขณะวิ่ง

วิธีฝึก : ให้เราเริ่มต้นด้วยท่า Side plank ก่อน โดยทำให้ตัวเป็นเส้นตรงตั้งแต่หัวจรดเท้า , ยกขาที่อยู่ด้านบนขึ้นลงสัก 15-30 วินาที จากนั้นจึงสลับข้างโดยให้ทำ 15-30 วินาทีเช่นกัน

โปรแกรมการฝึกฮาล์ฟมาราธอน โดยทำเวลาวิ่งให้ได้ภายใน 2 ชั่วโมง

จะมีการวิ่งแบบเน้นคุณภาพสองวันต่อสัปดาห์ โดยในวันอาทิตย์จะวิ่งระยะไกลโดยใช้เพซในการลงแข่งหรือเร็วกว่านั้นก็ได้

Note : 1.6 กม. เท่ากับ 1 ไมล์

แผนซ้อมวิ่ง Half Marathon

สัปดาห์ที่ 1

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันพฤหัส : วิ่งเทมโป 8 กม. แต่ในช่วง 4.8 กม.สุดท้าย ควรทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 8:54 นาทีต่อ 1.6 กม.
  • วันศุกร์ : วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันเสาร์ : พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอาทิตย์ : วิ่งระยะไกล 11.26 กม.

รวมระยะทางทั้งหมด : 32 กม.

สัปดาห์ที่ 2

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 8 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันพฤหัส : วิ่ง 1.6 กม. สองรอบ แต่ละรอบทำเวลาให้ได้ 8:25 นาที
  • วันศุกร์ : วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันเสาร์ : พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอาทิตย์ : วิ่งระยะไกล 12.87 กม.

รวมระยะทางทั้งหมด : 33.7 กม.

สัปดาห์ที่ 3

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 8 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันพฤหัส : วิ่ง 8 กม. แต่ในช่วง 4.8 กม.สุดท้าย ควรทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 9:09 นาทีต่อ 1.6 กม.
  • วันศุกร์ : วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันเสาร์ : พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอาทิตย์ : วิ่งระยะไกล 14.48 กม.

รวมระยะทางทั้งหมด : 37 กม.

สัปดาห์ที่ 4

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 8 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันพฤหัส : วิ่งเทมโป 9.65 กม. แต่ในช่วง 6.4 กม.สุดท้าย ควรทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 9:00 นาทีต่อ 1.6 กม.
  • วันศุกร์ : วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันเสาร์ : พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอาทิตย์ : วิ่งระยะไกล 14.48 กม.

รวมระยะทางทั้งหมด : 38.6 กม.

สัปดาห์ที่ 5

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 8 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  วิ่ง 4.8 กม. แบบ Easy
  • วันพฤหัส : วิ่ง 11.26 กม. แต่ในช่วง 8 กม.สุดท้าย ควรทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 9:09 นาทีต่อ 1.6 กม.
  • วันศุกร์ : วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันเสาร์ : พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอาทิตย์ : วิ่ง 8 กม. แบบ Easy

รวมระยะทางทั้งหมด : 37 กม.

ซ้อมมาครึ่งทางแล้ว!!

สัปดาห์ที่ 6

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  พัก
  • วันพฤหัส : วิ่ง 1.6 กม. 3 รอบ แต่ละรอบควรทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 8:20 นาที
  • วันศุกร์ : วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันเสาร์ : พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอาทิตย์ : วิ่งระยะไกล 16 กม.

รวมระยะทางทั้งหมด : 37 กม.

สัปดาห์ที่ 7

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 4.8 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  วิ่ง 4.8 กม. แบบ Easy
  • วันพฤหัส : วิ่งเทมโป 9.65 กม. แต่ในช่วง 6.4 กม.สุดท้าย ควรทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 8:54 นาทีต่อ 1.6 กม.
  • วันศุกร์ : วิ่ง 4.8 กม. แบบ Easy
  • วันเสาร์ : พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอาทิตย์ : วิ่งระยะไกล 17.7 กม.

รวมระยะทางทั้งหมด : 41.8 กม.

สัปดาห์ที่ 8

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 4.8 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  วิ่ง 4.8 กม. แบบ Easy
  • วันพฤหัส : วิ่งเทมโป 11.2 กม. แต่ในช่วง 8 กม.สุดท้าย ควรทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 9:00 นาทีต่อ 1.6 กม.
  • วันศุกร์ : วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันเสาร์ : พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอาทิตย์ : วิ่งระยะไกล 20.9 กม.

รวมระยะทางทั้งหมด : 48.2 กม.

สัปดาห์ที่ 9

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  พัก
  • วันพฤหัส : วิ่ง 1.6 กม. 4 รอบ แต่ละรอบควรทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 8:15 นาที
  • วันศุกร์ : วิ่ง 6.4 กม. แบบ Easy
  • วันเสาร์ : พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอาทิตย์ : วิ่งระยะไกล 16 กม.

รวมระยะทางทั้งหมด : 40.2 กม.

สัปดาห์ที่ 10

  • วันจันทร์ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันอังคาร :  วิ่ง 4.8 กม. แบบ Easy
  • วันพุธ :  พักหรือฝึก Cross-Train
  • วันพฤหัส : วิ่ง 4.8 กม. แต่ในช่วง 1.6 กม.สุดท้าย ควรทำเวลาในการวิ่งให้ได้ 8:54 นาที
  • วันศุกร์ : พัก
  • วันเสาร์ : พัก
  • วันอาทิตย์ : วันลงแข่งจริงของหทุกคนโชคดี

รวมระยะทางทั้งหมด : 30.7 กม.


เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ‍♂
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

Related

Tags: Half MarathonrunrunningRunning PlanRunning ProgramRunning Training Planวิ่งฮาล์ฟ มาราธอนฮาล์ฟมาราธอนแผนการซ้อมวิ่งแผนซ้อมวิ่งแผนซ้อมวิ่งฮาล์ฟมาราธอนแผนฝึกวิ่ง
Previous Post

adidas Ultra BOOST 20 “City Pack” พิเศษ! ปีนี้มี Bangkok ด้วย

Next Post

Huami Amazfit Bip S สมาร์ทวอชรุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในงาน CES 2020

thip

thip

Related Posts

คู่มือฝึกวิ่งเทมโป Tempo Run วิ่งยังไง เพซเท่าไหร่

คู่มือฝึกวิ่งเทมโป Tempo Run วิ่งยังไง เพซเท่าไหร่

26/01/2026
แจกฟรี! โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 12 สัปดาห์

แจกฟรี! โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 12 สัปดาห์ ที่นักวิ่งใช้จริง

24/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 20 สัปดาห์ จากพื้นฐานสู่พิชิต 21 กม.

02/01/2026
โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์

โปรแกรมฝึกวิ่งมาราธอน 16 สัปดาห์ ตั้งแต่พื้นฐานจนจบฟูลมาราธอน

31/12/2025
โปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อสำหรับนักวิ่ง

โปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อสำหรับนักวิ่ง 4 สัปดาห์ เพิ่มความแข็งแรง ลดเสี่ยงบาดเจ็บ

29/12/2025
ท่าฝึกกล้ามเนื้อสะโพก

5 ท่าฝึกกล้ามเนื้อสะโพก เพิ่มสปีดการวิ่งให้เร็วขึ้นอย่างเห็นผล

03/01/2026
Next Post
Huami Amazfit Bip S

Huami Amazfit Bip S สมาร์ทวอชรุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในงาน CES 2020

ติดตาม และร่วมสนุกไปกับเรา

  • 51.1k Subscribers
  • 1.4k Followers

เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน

บทความน่าสนใจ

ร่วมเฉลิมฉลองพลังแห่งการเคลื่อนไหวไปกับ ASICS พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษได้ที่งาน Celebration of Movement Pop-Up

ร่วมเฉลิมฉลองพลังแห่งการเคลื่อนไหวไปกับ ASICS พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษได้ที่งาน Celebration of Movement Pop-Up

by VRUN VRIDE
30/07/2024

เมื่อโลกต้องฟัง พลังของผู้หญิง

เมื่อโลกต้องฟัง พลังของผู้หญิง Nike Women Runs Bangkok

by Por the Irondad
24/11/2018

กฎ 80/20 เคล็ดลับในการวิ่งฝึกวิ่งเร็วที่แท้จริง

กฎ 80/20 เคล็ดลับในการวิ่งฝึกวิ่งเร็วที่แท้จริง

by thip
24/08/2021

12 กระบวนท่ายืดกล้ามเนื้อน่องสำหรับนักวิ่ง

12 กระบวนท่ายืดกล้ามเนื้อน่องสำหรับนักวิ่ง

by thip
28/11/2022

ท่าดริล สำหรับนักวิ่ง ช่วยเพิ่มความเร็ว

8 ท่าดริล เพื่อเพิ่มความเร็วในการวิ่ง

by thip
25/10/2025

สมัครบัตรเครดิต KTC REV รับส่วนลดสูงสุด 25% แบรนด์ Nike, HOKA, Saucony, REV RUNNR

KTC REV CREDIT CARD
วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ไตรกีฬ

วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี รวบรวมทุกรายการ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา ครอบคลุมทุกรายการแข่งขันไว้ที่นี่ พร้อมข่าวสารวงการวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา รองเท้าวิ่ง จักรยานเสือหมอบ รถไตรกีฬา ให้เรื่องกีฬาใกล้ตัวคุณ ต้องการประชาสัมพันธ์กิจกรรม การแข่งขันวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของท่าน

ติดต่อเรา: vrunvride@gmail.com

แท็กยอดนิยม

5K adidas ASICS cycling Exercise Exercises Fun Run Garmin Health Marathon Nike Nutrition Other Running Road Cycling run runner running Running Guide Running Plan Running Program running shoes Running Training Plan workout การวิ่ง งานวิ่ง งานแข่งวิ่ง ตารางซ้อมวิ่ง ตารางฝึกวิ่ง ท่าฝึกกล้ามเนื้อ ท่าออกกำลังกาย นักวิ่ง ปั่นจักรยาน มาราธอน รองเท้าวิ่ง วิ่ง วิ่งมาราธอน สุขภาพ ออกกำลังกาย อาดิดาส แผนซ้อมวิ่ง แผนฝึกวิ่ง โปรแกรมซ้อมวิ่ง โปรแกรมฝึกวิ่ง ไตรกีฬา ไนกี้

ประเภทยอดนิยม

  • Cycling (173)
  • Fitness & Health (379)
  • News (915)
  • Review (126)
  • Running (974)
  • Stories (202)
  • Training (496)
  • Triathlon (109)

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
Loading...
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา

© WHERE TO RUN WHEN TO RIDE : วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี