วันจันทร์, พฤษภาคม 4, 2026
  • Login
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
No Result
View All Result
Home Fitness & Health

5 ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยเกี่ยวกับการทานอาหารแบบโลว์คาร์บ

thip by thip
21/03/2020
in Fitness & Health
0
5 ข้อผิดพลาดที่ควรระวังในการทานอาหารแบบโลว์คาร์บ

Designed by Freepik

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

5 ข้อผิดพลาดที่ควรระวังในการทานอาหารแบบโลว์คาร์บ

ถึงแม้ว่าการทานโลว์คาร์บ (Low-Carb) จะได้รับความนิยมอย่างสูง แต่มันก็ง่ายที่เราจะทำมันอย่างผิดวิธีและอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ออกมาในทางตรงกันข้าม ซึ่งไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนั้นแน่นอน

เพื่อให้ได้ประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญพลังงาน เราจะอาศัยการลดคาร์โบไฮเดรตอย่างเดียวไม่ได้ และจากนี้ไปคือ 5 ข้อผิดพลาดที่ควรระวังในการทานอาหารแบบโลว์คาร์บ

1. ลดคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป

ในขณะที่โลวคาร์บไดเอทไม่ได้มีการกำหนดจำนวนการลดคาร์โบไฮเดรตที่แน่นอน แต่ถ้าหากว่าเราทานคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่า 100-150 กรัมต่อวันก็จะถือว่าเป็นการทานอาหารแบบโลว์คาร์บ

เราจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีจากการทานคาร์โบไฮเดรตในปริมาณนี้แน่นอน ตราบใดที่เราทานอาหารที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการแปรรูป

แต่ถ้าหากว่าเราต้องการอยู่ในภาวะคีโตซิส ซึ่งสำคัญมากในการกินคีโต ก็ยังถือว่าการทานคาร์บโฮเดรต 100-150 กรัมนั้นยังเยอะเกินไป

เพราะว่าคนส่วนใหญ่จะต้องทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยกว่า 50 กรัมเพื่อที่จะทำให้เกิดภาวะคีโตซิส ซึ่งจะทำให้เราไม่มีทางเลือกอะไรมากนอกจากทานผักและเบอร์รี่ในจำนวนน้อย

2. ทานโปรตีนมากเกินไป

โปรตีนสามารถช่วยเพิ่มระดับความรู้สึกอิ่มและช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันได้ดีกว่าสารอาหารหลักชนิดอื่นๆ พูดได้เลยว่าการทานโปรตีนมากขึ้นจะช่วยส่งเสริมการลดน้ำหนักและทำให้สัดส่วนร่างกายดีขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามคนที่กำลังทานอาหารแบบโลว์คาร์บ ก็ควรระวังอย่ารับประทานเนื้อลีนมากเกินไป เพราะหากเราได้รับโปรตีนมากกว่าที่ร่างกายต้องการ กรดอะมิโนบางชนิดอาจถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นกลูโคสได้

ซึ่งมันเป็นปัญหาในตอนที่เราทานคาร์บไดเอทและการทานคีโต และมันจะเป็นตัวขัดขวางไม่ให้มีการเกิดขึ้นของภาวะคีโตซิส

อ้างอิงข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์บางคน สูตรทานอาหารโลว์คาร์บที่ดีจะต้องมีไขมันสูงและมีโปรตีนในระดับปานกลาง

สัดส่วนที่ดีคือ ต้องทานโปรตีน 0.7-0.9 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ หรือ ทานคาร์โบไฮเดรต 1.5-2.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

3. กลัวที่จะทานไขมัน

ในขณะที่เราลดคาร์โบไฮเดรตเราจำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานอื่นทดแทน แต่อย่างไรก็ตามคนที่คิดว่าควรลดการทานไขมันในขณะที่กำลังโลว์คาร์บอยู่นั้น ถือว่าเป็นความผิดพลาดร้ายแรง

ถ้าเราไม่ทานคาร์โบไฮเดรตเราต้องทานไขมันเข้าไปแทน ไม่อย่างนั้นจะทำให้หิวและได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ใดๆที่บอกว่าเราจำเป็นต้องกลัวไขมัน ตราบใดที่เราหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์และเลือกรับประทานแต่ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและโอเมก้า 3

การได้รับไขมันเป็นจำนวน 70% จากแคลอรี่ทั้งหมดอาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังทานอาหารแบบโลว์คาร์บหรือทานคีโต และเพื่อให้ได้ไขมันในปริมาณเท่านี้ก็ควรทานไขมันที่ถูกตัดออกมาจากเนื้อสัตว์หรือการทานอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน

4. ไม่รับโซเดียมเพิ่ม

สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในตอนที่เราทานอาหารแบบโลวคาร์บนั่นก็คือ “การมีระดับอินซูลินที่ลดลง” อินซูลินมีหน้าที่หลายอย่างในร่างกาย เช่น การบอกให้เซลล์ไขมันทำการสะสมไขมัน หรือบอกไตให้สะสมโซเดียม

ในตอนที่เรากำลังโลวคาร์บอยู่นั้นระดับอินซูลินจะลดลง ร่างกายจะเริ่มกำจัดโซเดียมส่วนเกินออกมาพร้อมกับของเหลว นี่คือเหตุผลที่หลายคนสามารถลดอาการบวมน้ำได้ภายในไม่กี่วันหลังเริ่มการโลวคาร์บไดเอท

แต่อย่างไรก็ตามโซเดียมเป็นสารละลายสื่อนำไฟฟ้า (Electrolytes) ที่มีความสำคัญ การมีระดับโซเดียมต่ำจะกลายเป็นปัญหาเมื่อไตของเราขับโซเดียมมากเกินไป

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนได้รับผลข้างเคียงจากการโลว์คาร์บไดเอท เช่น อาการวิงเวียนศีรษะ , อาการเมื่อยล้า , ปวดหัวหรือแม้แต่อาการท้องผูก

วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงปัญหานี้คือการเติมโซเดียมลงในอาหาร ด้วยการเติมเกลือแต่ถ้ายังไม่เพียงพอก็ควรดื่มน้ำซุปวันละแก้ว

5. การล้มเลิกเร็วเกินไป

ร่างกายถูกออกแบบมาให้เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก ดังนั้นถ้าหากยังมีคาร์โบไฮเดรตหลงเหลืออยู่ร่างกายก็จะยังคงใช้มันเป็นพลังงานหลัก

ถ้าหากเราลดคาร์โบไฮเดรตเป็นจำนวนมาก ร่างกายจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ไขมันมาเป็นพลังงาน ซึ่งมาจากอาหารหรือมาจากไขมันที่สะสมในร่างกาย

มันอาจจะต้องใช้เวลาหลายวันกว่าร่างกายจะเริ่มปรับเปลี่ยนไปใช้ไขมันเป็นพลังงานหลัก ซึ่งขั้นตอนนี้เราเรียกว่า คีโตฟลู

ถ้าหากว่าเรารู้สึกไม่ค่อยดีสัก 2-3 วัน เราอาจจะล้มเลิกการไดเอทไปเลยก็ได้ ดังนั้นต้องจำใส่ใจไว้ว่า ควรต้องให้เวลาร่างกายในการปรับตัวสัก 3-4 วัน และจะปรับตัวเต็มที่ใน 7 วัน ความใจเย็นจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

บทสรุปส่งท้าย

การโลวคาร์บไดเอทมีความสามารถในการช่วยรักษาโรคสองชนิดคือ โรคอ้วนและเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องที่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว แต่อย่างไรก็ตามการลดคาร์โบไฮเดรตเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอต่อการลดน้ำหนักและการมีสุขภาพดี เราต้องแน่ใจว่ามีความสมดุลในการทานอาหาร และได้รับการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ

ที่มา :


เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ‍♂
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

Related

Tags: DietLow CarbLow-Carb Dietโลว์คาร์บไดเอท
Previous Post

ASICS NOVABLAST สุดยอดรองเท้าวิ่งที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่จะช่วยให้การวิ่งของคุณสนุกกว่าที่เคย

Next Post

อาหาร 11 ชนิดที่สามารถต่อต้านอาการเมื่อยล้าได้

thip

thip

Related Posts

How To ซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่า

How To ซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่า ?

18/12/2025
ตรวจความพร้อมมีบุตร

ตรวจความพร้อมมีบุตร ต้องตรวจอะไรบ้าง? ที่คู่รักควรรู้

19/11/2025
การทํา ICSI คือทางเลือกที่เป็นความหวังของคู่รัก 35 ปีขึ้นไป

การทํา ICSI คือทางเลือกที่เป็นความหวังของคู่รัก 35 ปีขึ้นไป

22/08/2025
รวมข้อควรรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มครั้งแรก ฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร

รวมข้อควรรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มครั้งแรก

28/07/2025
เบี้ยประกันสุขภาพรายปีควรอยู่ที่กี่เปอร์เซนต์ของรายรับ ?

เบี้ยประกันสุขภาพรายปี ควรอยู่ที่กี่เปอร์เซนต์ของรายรับ ?

05/07/2025
5 เคล็ดลับการใช้สเปรย์น้ำแร่ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

5 เคล็ดลับการใช้สเปรย์น้ำแร่ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

05/07/2025
Next Post
อาหาร 11 ชนิดที่สามารถต่อต้านอาการเมื่อยล้าได้

อาหาร 11 ชนิดที่สามารถต่อต้านอาการเมื่อยล้าได้

ติดตาม และร่วมสนุกไปกับเรา

  • 57.6k Subscribers
  • 1.4k Followers

เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน

บทความน่าสนใจ

6 ท่าออกกำลังกายด้วยกล่องกระโดด PLYO BOX เพิ่มพลังขา เสริมความฟิตสำหรับนักวิ่ง

6 ท่าออกกำลังกายด้วยกล่องกระโดด PLYO BOX เพิ่มพลังขา เสริมความฟิตสำหรับนักวิ่ง

by thip
29/10/2025

GARMIN เปิดตัว Garmin Tactix Delta

GARMIN เปิดตัว Garmin Tactix Delta หน้าจอใหญ่ใส่ฟีเจอร์มาเพียบ

by thip
22/01/2020

ยาฆ่าเชื้อ ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ?

ยาฆ่าเชื้อ ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ?

by VRUN VRIDE
04/06/2025

7 ท่าสำหรับฝึกกล้ามเนื้อ Lat

7 ท่าสำหรับฝึกกล้ามเนื้อ Lat ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังในการวิ่งให้กับเรา

by thip
07/03/2020

ASICS WORLD EKIDEN 2020 ชวนคุณมาวิ่งส่งท้ายปีกับ VIRTUAL RUN ระดับโลก

ASICS WORLD EKIDEN 2020 ชวนคุณมาวิ่งส่งท้ายปีกับ VIRTUAL RUN ระดับโลก

by VRUN VRIDE
13/10/2020

สมัครบัตรเครดิต KTC REV รับส่วนลดสูงสุด 25% แบรนด์ Nike, HOKA, Saucony, REV RUNNR

KTC REV CREDIT CARD
วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ไตรกีฬ

วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี รวบรวมทุกรายการ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา ครอบคลุมทุกรายการแข่งขันไว้ที่นี่ พร้อมข่าวสารวงการวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา รองเท้าวิ่ง จักรยานเสือหมอบ รถไตรกีฬา ให้เรื่องกีฬาใกล้ตัวคุณ ต้องการประชาสัมพันธ์กิจกรรม การแข่งขันวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของท่าน

ติดต่อเรา: vrunvride@gmail.com

แท็กยอดนิยม

5K adidas ASICS cycling Exercise Exercises Fun Run Garmin Health Marathon Nike Nutrition Other Running Road Cycling run runner running Running Guide Running Plan Running Program running shoes Running Training Plan workout การวิ่ง งานวิ่ง งานแข่งวิ่ง ตารางซ้อมวิ่ง ตารางฝึกวิ่ง ท่าฝึกกล้ามเนื้อ ท่าออกกำลังกาย นักวิ่ง ปั่นจักรยาน มาราธอน รองเท้าวิ่ง วิ่ง วิ่งมาราธอน สุขภาพ ออกกำลังกาย อาดิดาส แผนซ้อมวิ่ง แผนฝึกวิ่ง โปรแกรมซ้อมวิ่ง โปรแกรมฝึกวิ่ง ไตรกีฬา ไนกี้

ประเภทยอดนิยม

  • Cycling (173)
  • Fitness & Health (379)
  • News (942)
  • Review (126)
  • Running (976)
  • Stories (208)
  • Training (498)
  • Triathlon (109)

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
Loading...
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา

© WHERE TO RUN WHEN TO RIDE : วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี