วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 11, 2025
  • Login
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
No Result
View All Result
Home Fitness & Health

วิธีลดน้ำหนักฉบับเร่งด่วน ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ที่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว

thip by thip
17/08/2019
in Fitness & Health
0
วิธีลดน้ำหนักฉบับเร่งด่วน ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ที่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว
  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

วิธีลดน้ำหนักฉบับเร่งด่วน ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ที่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว

ความจริงแล้วมันมีหลายวิธีที่จะช่วยให้เราสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่แล้วจะทำให้เราหิวและไม่ได้รับความพึงพอใจในการรับประทานอาหาร ถ้าหากว่าเราไม่มีพลังใจมากพอ ‘ความหิว’ จะทำให้เราล้มเลิกแผนการลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับแผนที่เราจะนำเสนอจะมีรูปแบบดังนี้

  • ลดระดับความอยากอาหารจนเห็นได้ชัดเจน
  • ช่วยให้เราลดน้ำหนักได้เร็วมากขึ้น , โดยไม่ทำให้หิว
  • ทำให้สุขภาพของระบบเผาผลาญดีขึ้น

และจากนี้ไปคือ 3 ขั้นตอนที่จะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว

1. ลดการรับประทานแป้งและน้ำตาล

สิ่งสำคัญที่สุดเลยคือ เราต้องลดแป้งและน้ำตาล มันจะทำให้ระดับความหิวของเราลดลง ทำให้เราทานน้อยและได้รับแคลอรี่น้อยลงกว่าเดิม และแทนที่ร่างกายจะต้องเผาผลาญพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก ก็จะเปลี่ยนมาใช้งานไขมันในร่างกายแทน

ประโยชน์อีกอย่างที่ได้รับจากการลดคาร์โบไฮเดรตคือ เราจะมีระดับอินซูลินที่ลดลง ทำให้ไตกำจัดโซเดียมส่วนเกินและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ทำให้เราพุงป่องน้อยลงและไม่สะสมน้ำในร่างกายมากเกินไปจนทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น

มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใดหากเราจะสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 10 ปอนด์ (4.5 กก.) ภายในสัปดาห์แรก ที่หันมาลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต ซึ่งมันจะช่วยลดทั้งไขมันและน้ำส่วนเกินที่ถูกสะสมในร่างกาย

ด้านล่างนี้เป็นกราฟที่ได้จากผลการวิจัยทำการเปรียบเทียบระหว่างการทานอาหารแบบ low-carb และ low-fat ในกลุ่มผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน

>> กลุ่มที่มีการทานอาหารแบบ low-carb จะทานอาหารจนกระทั่งอิ่ม
>> ในขณะที่อีกกลุ่มจะต้องมีการควบคุมแคลอรี่และมีความรู้สึกหิว

การลดคาร์โบไฮเดรตจะทำให้เราได้รับแคลอรี่น้อยลงโดยอัตโนมัติ เพราะว่าเราทานน้อยลงและไม่รู้สึกหิวนั่นเอง

2. เน้นทานอาหารประเภทโปรตีน , ไขมัน และผัก

ในทุกมื้ออาหารของเราควรมีอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีน , ไขมัน และผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ถ้าเราจัดอาหารแบบนี้ก็จะช่วยให้เราได้รับคาร์โบไฮเดรต วันละ 20-50 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่แนะนำ

แหล่งโปรตีน

  • เนื้อสัตว์ : เนื้อวัว , ไก่ , หมู , เนื้อแกะและอื่นๆ
  • ปลาและอาหารทะเล : ปลาแซลมอน , ปลาเทราต์ , กุ้ง และอื่นๆ
  • ไข่ : ทานไข่ทั้งใบและไข่แดงจะดีที่สุด

การเน้นทานอาหารประเภทโปรตีนนั้นสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นถึง 80-100 แคลอรี่ต่อวันเลยทีเดียว

อาหารที่มีโปรตีนสูงจะช่วยลดระดับความอยากอาหารและความคิดถึงอาหารได้ประมาณ 60% ช่วยลดความอยากอาหารและอยากทานขนมตอนกลางคืนได้ถึงครึ่งนึง ช่วยให้เรารู้สึกอิ่มและทานน้อยลงได้ถึง 441 แคลอรี่ต่อวัน แค่เพียงเพิ่มโปรตีนเข้าไปในมื้ออาหารเท่านั้นเอง

เมื่อพูดถึงเรื่องลดน้ำหนักล่ะก็ อาหารประเภทโปรตีนถือว่าเป็นราชาแห่งสารอาหารเลยล่ะ

ผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ

  • บร็อคโคลี
  • กะหล่ำ
  • ผักขม
  • มะเขือเทศ
  • ผักคะน้า
  • บรัสเซลส์
  • กะหล่ำปลี
  • สวิสชาร์ท
  • ผักกาดหอม
  • แตงกวา และอื่นๆ

อย่าไปกลัวที่จะต้องมีผักเหล่านี้ในจานอาหารเป็นจำนวนมาก เราสามารถทานเข้าไปได้เยอะโดยไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับคาร์โบไฮเดรตเกิน 20–50 กรัม ต่อวัน

มื้ออาหารจะเน้นไปที่เนื้อสัตว์และผักที่มีไฟเบอร์ , วิตามินและแร่ธาตุ ที่จำเป็นต่อการมีสุขภาพดี

อาหารที่เป็นแหล่งไขมัน

  • น้ำมันมะกอก
  • น้ำมันมะพร้าว
  • น้ำมันอะโวคาโด
  • เนย

ให้ทานอาหาร 2-3 มื้อต่อวัน หากพบว่ามีอาการหิวในช่วงบ่ายก็ให้ทาน 4 มื้อ

อย่าไปกลัวการทานไขมัน , การทานอาหารแบบ Low-Carb และ Low-Fat พร้อมกันนั้นถือเป็นเรื่องผิดพลาด!  มันจะทำให้เราหมดกำลังใจแล้วล้มเลิกการลดน้ำหนักไปได้

3. ต้องมีการฝึกยกน้ำหนัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์

เราไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายในแผนการลดน้ำหนักนี้ แต่ก็ขอแนะนำให้ทำ

ทางเลือกที่ดีที่สุดคือเข้ายิม 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ วอร์มอัพแล้วก็ยกน้ำหนักเสียหน่อย ถ้าเรายังเป็นมือใหม่ให้ถามเทรนเนอร์ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร

การยกน้ำหนักจะช่วยให้เราเผาผลาญแคลอรี่ได้มาก และช่วยป้องกันไม่ให้ระดับการเผาผลาญพลังงานช้าลง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการลดน้ำหนัก

มีการวิจัยเกี่ยวกับการทานอาหารแบบ low-carb พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของกล้ามเนื้อในจำนวนเล็กน้อย และมีการลดลงของมวลไขมันในระดับที่เห็นได้ชัด

ถ้าหากการลดน้ำหนักไม่ใช่ทางเลือกของเรา ก็ควรมีการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การเดิน , วิ่งจ๊อกกิ้ง , วิ่ง และการว่ายน้ำก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

ยังมีอีกทางเลือกที่น่าสนใจคือ การกินแบบ Carb Refeed สัปดาห์ละ 1 วัน

  • จะมี 1 วันที่เราทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น และคนส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกวันเสาร์เป็นวันสำหรับการ Carb Refeed
  • จุดสำคัญอยู่ที่เราจะต้องเลือกแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ข้าวโอ๊ต , ข่าว , ควินัว , มันฝรั่ง , มันเทศ , ผลไม้ และอื่นๆ
  • แต่ต้องทานแบบนี้แค่วันเดียวต่อสัปดาห์เท่านั้น! ถ้ามากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์จะทำให้การลดน้ำหนักไม่เป็นผล
  • และต้องบอกไว้ก่อนว่า Carb Refeed คือตัวเลือกที่ไม่มีความจำเป็น แต่ก็ช่วยเพิ่มฮอร์โมนสำหรับเผาไขมันได้บ้าง เช่น เลปตินและ ไทรอยด์ฮอร์โมน
  • ในวัน Refeed เราจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น แต่น้ำหนักส่วนเกินนี้จะหายไปเองใน 1-2 วัน

10 เคล็ดลับที่จะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นอีก

  1. การทานอาหารที่มีโปรตีนสูงในมื้อเช้า จะช่วยลดความอยากอาหารและลดการรับแคลอรี่ เพราะเราทานน้อยลงตลอดทั้งวัน
  2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำผลไม้ เพราะมันจะทำให้เราอ้วนขึ้นได้เร็วมาก การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้จะช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีมาก
  3. การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง มีผลการวิจัยพบว่าช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นอีก 44% ภายในเวลาสามเดือนเพราะว่าทำให้อยากอาหารน้อยลงนั่นเอง
  4. ทานอาหารที่เหมาะกับการลดน้ำหนัก
  5. ทานอาหารที่มีไฟเบอร์แบบละลายน้ำ ผลการวิจัยพบว่าไฟเบอร์แบบละลายน้ำสามารถช่วยลดไขมันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไขมันหน้าท้อง อาหารเสริมกลูโคแมนแนน (Glucomannan) ก็ช่วยเรื่องนี้ได้เหมือนกัน
  6. ดื่มชาและกาแฟ เพราะมันสามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 3–11%
  7. การทานอาหาร Whole food เป็นส่วนใหญ่ มันจะทำให้เรามีสุขภาพดีขึ้นอิ่มมากขึ้น และป้องกันการทานอาหารเยอะมากเกินไป
  8. ทานอาหารช้าๆ คนที่ทานอาหารเร็วเมื่อเวลาผ่านไปนานๆเข้าจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น การทานช้าๆจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่ม และช่วยเพิ่มฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนัก
  9. ชั่งน้ำหนักทุกวัน มีผลการวิจัยพบว่าคนที่ชั่งน้ำหนักทุกวันมักจะลดน้ำหนักสำเร็จ และปฎิบัติตามแผนการลดน้ำหนักได้นานกว่าคนอื่นๆ
  10. เราควรมีคุณภาพการนอนหลับที่ดีในทุกคืน การนอนหลับไม่เพียงพอคือหนึ่งในความเสี่ยงใหญ่หลวงที่จะทำให้เรามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นการใส่ใจเรื่องคุณภาพการนอนหลับจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เราจะลดน้ำหนักได้เร็วขนาดไหน? และประโยชน์อื่นๆที่จะได้รับ

สามารถคาดการณ์ได้เลยว่า เราจะสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 2.26-4.53 กิโลกรัม ในสัปดาห์แรก จากนั้นสัปดาห์ต่อไปก็จะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง

โดยส่วนตัวแล้วเจ้าของบทความบอกว่าสามารถลดน้ำหนักได้ 1.36-1.81 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ เมื่อทำตาม 3 วิธีนี้อย่างเคร่งครัด

ถ้าเพื่อนๆพึ่งเคยใช้วิธีไดเอทนี้ละก็จะสามารถลดน้ำหนักได้เร็วแน่นอน ยิ่งเป็นคนที่มีน้ำหนักเยอะก็ยิ่งลดได้เร็ว

ในช่วงไม่กี่วันแรกเราจะรู้สึกแปลกๆ เพราะที่ผ่านมาหลายปีร่างกายเราเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตมาตลอด ต้องให้เวลาร่างกายในการปรับตัวเพื่อเคยชินกับการเอาไขมันมาใช้เป็นพลังงานเป็นหลัก

ซึ่งเราจะเรียกกระบวนการนี้ว่า low-carb flu หรือ keto flu ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่กี่วันเท่านั้น สำหรับตัวเจ้าของบทความก็แค่ 3 วันเท่านั้น การปรุงรสอาหารด้วยเกลือนิดหน่อยก็ช่วยได้

มีรายงานว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกดีมาก หลังจากผ่านไปไม่กี่วันแรก แถมยังรู้สึกมีพลังงานเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

วิธีการไดเอทแบบ Low-Carb นี้ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายอย่าง เช่น

– ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง

– ระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลง

– จำนวนไขมันเลวลดลง และมีจำนวนไขมันดีเพิ่มขึ้น

– มีความดันโลหิตที่ดีขึ้น

และวิธีการไดเอทแบบ low-carb ก็ยังปฎิบัติตามได้ง่ายด้วย

เราไม่จำเป็นต้องอดอยากเพื่อลดน้ำหนัก

หากเรามีปัญหาทางด้านสุขภาพ ให้ไปปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการใช้แผนไดเอทนี้จะทำให้เรามีความต้องการการรักษาที่ ”น้อยลง”

เพราะการลดคาร์โบไฮเดรตช่วยลดระดับอินซูลิน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพแวดล้อมของฮอร์โมน ทำให้ทั้งร่างกายและสมองของเรารู้สึก “ต้องการ” ที่จะลดน้ำหนัก

ทำให้เรามีความรู้สึกหิวหรืออยากอาหารที่น้อยลง ซึ่งความอยากอาหารนี่แหละคือสาเหตุที่ใครต่อใครลดความอ้วนไม่สำเร็จ

มีหลักฐานว่าวิธีการนี้ดีกว่าวิธีไดเอทแบบ low-fat , การคุมแคลอรี่ และลดน้ำหนักได้มากกว่ากันถึง 2-3 เท่าเลย

ประโยชน์สุดยอดอีกอย่างสำหรับคนที่ไม่ชอบการรอคอย คือปริมาณการสะสมน้ำในร่างกายจะลดลง ทำให้เราเห็นน้ำหนักลดลงในวันรุ่งขึ้น (ไม่ได้หมายความว่าให้ลดการดื่มน้ำ)

ในแผนการลดน้ำหนักนี้ให้เราทานอาหารไปเรื่อยๆจนกว่าจะรู้สึกอิ่ม แต่จะยังคงสามารถเผาผลาญไขมันได้มากมายมหาศาลแน่นอน

ที่มา :


เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
? ‍♂ bit.ly/VRUNGROUP
.
[AD]
แจกจริง แจกหนัก GARMIN, SUUNTO, FITBIT 122 วัน 122 เรือน
เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC คลิก bit.ly/ฺBNC122

.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

Related

Tags: DietDiet Tipsweight lossลดความอ้วนลดน้ำหนัก
Previous Post

ญี่ปุ่นเปลี่ยนธง Tokyo Marathon 2019 เป็นกระเป๋าผ้าแฮนด์เมดฝีมือผู้พิการ

Next Post

Jeannie Rice (จีนนี่ ไรซ์) นักวิ่งหญิงวัย 71 ปี ทุบสถิติวิ่งฮาล์ฟมาราธอน Sub-1:40

thip

thip

Related Posts

ตรวจความพร้อมมีบุตร

ตรวจความพร้อมมีบุตร ต้องตรวจอะไรบ้าง? ที่คู่รักควรรู้

19/11/2025
การทํา ICSI คือทางเลือกที่เป็นความหวังของคู่รัก 35 ปีขึ้นไป

การทํา ICSI คือทางเลือกที่เป็นความหวังของคู่รัก 35 ปีขึ้นไป

22/08/2025
รวมข้อควรรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มครั้งแรก ฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร

รวมข้อควรรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มครั้งแรก

28/07/2025
เบี้ยประกันสุขภาพรายปีควรอยู่ที่กี่เปอร์เซนต์ของรายรับ ?

เบี้ยประกันสุขภาพรายปี ควรอยู่ที่กี่เปอร์เซนต์ของรายรับ ?

05/07/2025
5 เคล็ดลับการใช้สเปรย์น้ำแร่ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

5 เคล็ดลับการใช้สเปรย์น้ำแร่ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

05/07/2025
วางแผนชีวิตผู้หญิงยุคใหม่ด้วยแพ็กเกจแช่แข็งไข่ !

วางแผนชีวิตผู้หญิงยุคใหม่ด้วยแพ็กเกจแช่แข็งไข่ !

27/06/2025
Next Post
Jeannie Rice (จีนนี่ ไรซ์) นักวิ่งหญิงวัย 71 ปี ทุบสถิติวิ่งฮาล์ฟมาราธอน Sub-1:40

Jeannie Rice (จีนนี่ ไรซ์) นักวิ่งหญิงวัย 71 ปี ทุบสถิติวิ่งฮาล์ฟมาราธอน Sub-1:40

ติดตาม และร่วมสนุกไปกับเรา

  • 46.4k Subscribers
  • 1.4k Followers

เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน

บทความน่าสนใจ

โครงการ เดิน – วิ่ง เพื่อสุขภาพ MUGR FUND RUN 2023 60th anniversary

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับองค์การนักศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย ชวนร่วมโครงการ เดิน – วิ่ง เพื่อสุขภาพ MUGR FUND RUN 2023 60th anniversary

by VRUN VRIDE
17/10/2023

โปรแกรมการฝึกวิ่งมาราธอนสำหรับมือใหม่ - Novice 2

โปรแกรมการฝึกวิ่งมาราธอนสำหรับมือใหม่ – Novice 2

by thip
20/10/2019

6 ท่าฟิตร่างกายด้วยดัมเบล เพื่อเพิ่มความเร็วสำหรับนักวิ่ง

6 ท่าฟิตร่างกายด้วยดัมเบล เพื่อเพิ่มความเร็วสำหรับนักวิ่ง

by thip
24/05/2020

Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์

Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์ คู่กาย “พระเอกดาวรุ่ง บิ๊ก ณทรรศชัย” สุดล้ำด้วยฟังก์ชั่นวัดค่า SpO2 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

by VRUN VRIDE
21/05/2021

แนะนำ 10 รองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดแต่ละประเภท (The Best Running Shoes)

แนะนำ 10 รองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดแต่ละประเภท (The Best Running Shoes)

by thip
18/09/2020

สมัครบัตรเครดิต KTC REV รับส่วนลดสูงสุด 25% แบรนด์ Nike, HOKA, Saucony, REV RUNNR

KTC REV CREDIT CARD
วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ไตรกีฬ

วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี รวบรวมทุกรายการ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา ครอบคลุมทุกรายการแข่งขันไว้ที่นี่ พร้อมข่าวสารวงการวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา รองเท้าวิ่ง จักรยานเสือหมอบ รถไตรกีฬา ให้เรื่องกีฬาใกล้ตัวคุณ ต้องการประชาสัมพันธ์กิจกรรม การแข่งขันวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของท่าน

ติดต่อเรา: vrunvride@gmail.com

แท็กยอดนิยม

5K adidas ASICS cycling Exercise Exercises Fun Run Garmin Health Marathon Nike Nutrition Other Running Road Cycling run runner running Running Guide Running Plan Running Program running shoes Running Training Plan workout การวิ่ง งานวิ่ง งานแข่งวิ่ง ตารางซ้อมวิ่ง ตารางฝึกวิ่ง ท่าฝึกกล้ามเนื้อ ท่าออกกำลังกาย นักวิ่ง ปั่นจักรยาน มาราธอน รองเท้าวิ่ง วิ่ง วิ่งมาราธอน สุขภาพ ออกกำลังกาย อาดิดาส แผนซ้อมวิ่ง แผนฝึกวิ่ง โปรแกรมซ้อมวิ่ง โปรแกรมฝึกวิ่ง ไตรกีฬา ไนกี้

ประเภทยอดนิยม

  • Cycling (173)
  • Fitness & Health (378)
  • News (906)
  • Review (126)
  • Running (966)
  • Stories (201)
  • Training (489)
  • Triathlon (109)

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
Loading...
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา

© WHERE TO RUN WHEN TO RIDE : วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี