วันศุกร์, มกราคม 30, 2026
  • Login
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี
No Result
View All Result
Home Stories

คู่มือการฝึก Cross Training ฉบับสมบูรณ์

thip by thip
30/01/2026
in Stories
0
คู่มือการฝึก Cross Training ฉบับสมบูรณ์

Image by freepik

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

ประโยชน์ของการวิ่งและการเดินเร็วเป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าดีต่อสุขภาพจริง แต่ถ้าในตารางออกกำลังกายของเรามีแค่วิ่งอย่างเดียว ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้โดยไม่รู้ตัว เพราะการใช้งานกล้ามเนื้อและข้อต่อซ้ำ ๆ โดยไม่ให้ร่างกายได้พักหรือทำกิจกรรมอื่นเสริม อาจนำไปสู่อาการล้าสะสมและการบาดเจ็บได้

แม้ว่าการจะเป็นนักวิ่งที่เก่งขึ้นต้องอาศัยการฝึกวิ่งเป็นหลัก แต่ถ้าอยากพัฒนาตัวเองให้ไปได้ไกลกว่านั้น และทำให้ร่างกายแข็งแรงแบบรอบด้าน การฝึกแบบ Cross Training คือกุญแจสำคัญ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Cross Training สำหรับนักวิ่ง ตั้งแต่เหตุผลว่าทำไมถึงควรฝึก วิธีเริ่มต้นง่าย ๆ ไปจนถึงตัวอย่างการออกกำลังกายที่เหมาะกับการนำมาเสริมในตารางวิ่งของเรา

การฝึก Cross Training คืออะไร?

การฝึก Cross Training คือการฝึกออกกำลังกายหรือฝึกร่างกายในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เราได้พักจากการใช้กล้ามเนื้อขาแล้วไปฝึกกล้ามเนื้อส่วนอื่นบ้าง เพราะในความเป็นจริงการวิ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายช่วยส่งเสริมกันและกัน โดยเป้าหมายในการฝึกของแต่ละคนจะต่างกันไป เช่น เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การเพิ่มสมรรถนะของกล้ามเนื้อ การฟื้นฟูกล้ามเนื้อหรือการฝึกเพื่อทำเวลาในการวิ่งให้เร็วขึ้น และรูปแบบการฝึกก็จะต่างกันไป เช่น ยกน้ำหนัก ปั่นจักรยาน โยคะ พิลาทิส ว่ายน้ำหรือการใช้โฟมโรลลิ่ง

ประโยชน์ที่นักวิ่งจะได้รับจากการฝึก Cross Training

1. ลดโอกาสในการได้รับบาดเจ็บ

อาการบาดเจ็บมักเกิดขึ้นจากการขาดความสมดุลของกล้ามเนื้อ หากกล้ามเนื้อส่วนไหนไม่ได้รับการฝึกเลย ก็อาจจะมีอาการบาดเจ็บในจุดนั้นหรืออาจไปสร้างภาระให้กล้ามเนื้อส่วนที่มีความเกี่ยวพันกันจนเกิดอาการบาดเจ็บขึ้น นอกจากนี้ การหยุดจากการวิ่งไปว่ายน้ำหรือปั่นจักรยานจะช่วยให้ร่างกายมีเวลาได้พัก ไม่ต้องเจอแรงกระแทกจากการวิ่งจึงทำให้กล้ามเนื้อมีเวลาในการฟื้นตัวและมีเวลาพักขาบ้าง

2. ส่งเสริมระบบหลอดเลือดและหัวใจ

การออกกำลังกายที่หลากหลายนั้นจะดีต่อหัวใจของเรามากที่สุด มีงานวิจัยที่พบว่าเมื่ออาสาสมัครได้ออกกำลังกายแบบแอโรบิก 30 นาทีและฝึกยกน้ำหนัก 30 นาที เป็นเวลา 3 วันต่อสัปดาห์ จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าคนที่ฝึกอะไรแบบเดิม ๆ

3. เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก

การเคลื่อนไหวที่หลายหลายรวมไปถึงการเกิดแรงต้านตอนยกน้ำหนักจะช่วยเพิ่มระดับความทนทาน ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกด้วย ใครที่ฝึกยกน้ำหนักประจำก็จะสามารถรักษาส่วนสูงเอาไว้ได้หลังผ่านช่วงวัยกลางคนไปแล้ว เพราะมันช่วยรักษามวลกระดูกได้

4. การได้พักจิตใจบ้าง

การที่เราได้มีเวลาพักไปฝึกออกกำลังกายแบบอื่นบ้าง จะช่วยให้จิตใจของเราได้มีเวลาพัก ไม่รู้สึกว่าการฝึกเป็นเรื่องน่าเบื่อซ้ำซากจำเจ

การฝึก Cross Training คืออะไร?
Image by freepik

รูปแบบการฝึก Cross Training ที่ดีที่สุดสำหรับนักวิ่ง

1. การฝึก Strength Training

การฝึกที่แนะนำเป็นอันดับหนึ่งก็คือการฝึกยกน้ำหนัก (Weight Training) เพราะนี่คือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายและเพิ่มสมรรถนะในการวิ่งในระยะยาว กล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงขึ้น ทั้งต้นขาด้านหลัง ต้นขาด้านหน้า น่อง และสะโพก จะทำให้นักวิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การฝึกความแข็งแรงโดยเน้นที่กล้ามเนื้อขาจะช่วยให้เราเป็นนักวิ่งที่แข็งแรงและเร็วขึ้นได้โดยตรง และยังมีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าขาที่แข็งแรงกว่าจะเหนื่อยล้าช้ากว่าในการวิ่งระยะไกลด้วย เราจึงแนะนำเป็นพิเศษให้นักวิ่งระยะไกล (เช่น นักวิ่งมาราธอนและอัลตรามาราธอน) ให้ความสำคัญกับการฝึกความแข็งแรงเป็นอันดับแรก

และอย่ามองข้ามความสำคัญของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางและกล้ามเนื้อแขน ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะวิ่งไกลแค่ไหนก็ตาม การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อทั่วทั้งตัว กล้ามเนื้อเหล่านี้มีความสำคัญต่อการรักษาท่วงท่าที่ดีขณะวิ่ง ช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการวิ่งงอตัว การแกว่งแขนมากเกินไป หรือการก้มหน้ามองพื้นขณะวิ่ง

ท่าที่เราควรเน้นฝึกคือท่า Squats แบบต่างๆ ท่า Deadlifts  และท่า Lunges เพราะท่าเหล่านี้จะช่วยฝึกกล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีท่า Planks ในเวอร์ชั่นต่างๆ ท่าออกกำลังกายด้วยดัมเบลที่ทำให้เราต้องเคลื่อนที่ไปด้านข้าง เช่น Side lunges , ท่า inchworms ซึ่งจะทำให้เราต้องเปลี่ยนจากการยืนลงมาเป็นท่า Planks รวมไปถึงท่า Dumbbell chop ที่ต้องมีการหมุนตัว

2. การฝึกโยคะ

การฝึกโยคะช่วยตั้งแต่การปรับท่าทางให้ดีขึ้นและเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ไปจนถึงการเพิ่มความมั่นคงและคล่องตัว โยคะจึงถือว่าเป็นวิธีการฝึก Cross Training ที่ดีสำหรับนักวิ่ง

การมีกล้ามเนื้อแกนกลางที่แข็งแรงจะทำให้เราเป็นนักวิ่งที่แข็งแกร่งขึ้น  นอกจากนี้ ท่าโยคะหลายท่าจะช่วยยืดกล้ามเนื้อที่มักถูกใช้งานหนักจากการวิ่ง (โดยเฉพาะกล้ามเนื้อสะโพก) โยคะแบบพาวเวอร์โยคะยังช่วยให้นักวิ่งมีความแข็งแรงมากขึ้นในบริเวณที่เป็นจุดทรงตัวของกระดูกสันหลังส่วนเอวและกระดูกเชิงกราน หัวเข่า และฝ่าเท้า

แม้ว่าโยคะเพื่อการฟื้นฟูร่างกายอาจดูเหมือน “เสียเวลา” สำหรับนักกีฬาที่คุ้นเคยกับการวิ่งออกกำลังกายแบบเร็ว ๆ แต่ก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวันพักฟื้นร่างกาย นอกจากนี้การฝึกหายใจและการรับรู้ร่างกายจะส่งผลดีต่อการวิ่งของเราในระยะยาว 

3. การปั่นจักรยาน

หากเพื่อน ๆ กำลังมองหาวิธีการออกกำลังกายที่ไม่ส่งผลเสียต่อข้อต่อ แต่ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจและให้ความท้าทายด้านคาร์ดิโอคล้ายกับการวิ่ง ลองปั่นจักรยานดูสิ! มันสามารถช่วยบริหารกล้ามเนื้อขาเหมือนกับการวิ่ง ช่วยส่งเสริมให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจมีความแข็งแรง

การปั่นจักรยานและการวิ่งเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงและความทรหดของกลุ่มกล้ามเนื้อที่คล้ายคลึงกัน เช่น กล้ามเนื้อที่ใช้ในการผลักดันของแขนและลำตัวส่วนบน กล้ามเนื้อสะโพก ต้นขาด้านหน้า ต้นขาด้านหลัง และน่อง แต่การปั่นจักรยานส่งผลกระทบต่อข้อต่อของร่างกายส่วนล่างน้อยกว่ามาก

การปั่นจักรยานทุกรูปแบบ ตั้งแต่ทางราบไปจนถึงการปั่นขึ้นเนิน และการปั่นแบบ HIIT ล้วนเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่ง ให้ผสมผสานการฝึกปั่นจักรยานหรือเลือกฝึกตามเป้าหมายของเรา เช่น เพิ่มความทรหด ความแข็งแรง หรือการพัฒนาสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือด

4. การพายเรือ

การพายเรือจะช่วยพัฒนาระดับความฟิตและความทรหดในกลุ่มกล้ามเนื้อบริเวณเดียวกันกับที่ต้องใช้ในการปั่นจักรยาน แต่มีข้อดีที่เพิ่มมาคือจะได้มีการฝึกดึงแขน ดึงไหล่และหลังส่วนบนโดยมีแรงกระแทกน้อยมาก

แม้ว่าการพายเรือจะดูง่ายกว่าการวิ่ง แต่ก็สามารถฝึกกล้ามเนื้อทั่วร่างกายได้ครอบคลุมมากถึง 86% ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้การพายเรือยังช่วยฝึกกล้ามเนื้อที่เป็นกลุ่มตรงข้ามกับตอนปั่นจักรยานอีกด้วย จึงเป็นการออกกำลังการที่ช่วยปรับสมดุลของกล้ามเนื้อตามจุดต่างๆ

ในการพายเรือควรตั้งเป้าว่าจะต้องฝึกในระดับที่สร้างความเหนื่อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เพื่อสร้างความท้าทายให้กล้ามเนื้อแต่ก็ไม่เลยเถิดจนสร้างอาการตึงจนต้องพักฟื้นมากกว่าเดิม ต้องระวังไม่หักโหมจนมีอาการบาดเจ็บ

รูปแบบการฝึก Cross Training
Image by senivpetro on Freepik

5. พิลาทิส

การฝึกพิลาทิสเป็นการฝึกเคลื่อนไหวช้าๆ มีแรงกระแทกน้อย จัดว่าเป็นการฝึก Strength Training แบบเบาๆ ได้เหมือนกัน พิลาทิสจะเน้นการฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนลึกและกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่ช่วยในการทรงตัวบริเวณหลังและเชิงกรานเป็นหลัก เมื่อเวลาผ่านไปการฝึกจะช่วยให้เรามีแกนกลางลำตัวที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งจะช่วยปรับปรุงท่าทางของเรา และทำให้เราเป็นนักวิ่งที่มีประสิทธิภาพและทรงพลังมากขึ้น นอกจากนี้ พิลาทิสยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ในการวิ่ง (และการออกกำลังกายแบบครอสเทรนนิ่งอื่นๆ เช่น การปั่นจักรยานและการพายเรือ) โดยการเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่ช่วยในการทรงตัวรอบข้อต่อที่สำคัญ

การฝึกพิลาทิสจะเน้นการพุ่งความสนใจไปที่ลมหายใจเช่นเดียวกับการฝึกโยคะ ซึ่งถือเป็นการได้ฝึกจิตไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว หากฝึกลมหายใจจะช่วยฝึกกล้ามเนื้อกระบังลมและผสานลมหายใจเพื่อเพิ่มแรงดันในช่องท้อง เพิ่มระดับความอดทนและสมาธิของผู้ฝึก

ผลการวิจัยในปี 2018 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One พบว่านักวิ่งที่ฝึกพิลาทิส 2 ครั้งต่อสัปดาห์และฝึกต่อเนื่อง 4 เดือน จะสามารถทำเวลาในการวิ่ง 5k ได้ดีกว่าคนที่ไม่ฝึกพิลาทิส นั่นเป็นเพราะการฝึกพิลาทิสจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และมีบางท่าที่จัดเป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความคล่องตัว เช่น ท่า Hundred และท่า Roll-up

6. การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความคล่องตัว

Mobility Exercises จะช่วยรักษาข้อต่อและเพิ่มระยะการเคลื่อนไหวของข้อต่อ ทำให้เราเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระมากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับบาดเจ็บ หากเราเป็นนักวิ่งการดูแลรักษาความคล่องตัวให้เท้าและสะโพก จะส่งผลให้เราสามารถปรับการลงเท้าและการก้าวเท้าอย่างเหมาะสม จึงช่วยลดโอกาสในการได้รับบาดเจ็บได้ การฝึก Mobility exercises สามารถทำได้โดยไม่ใช้อุปกรณ์ ใช้แค่เพียงน้ำหนักตัวและการยืดกล้ามเนื้อ แต่หากต้องการใช้โฟมโรลลิ่งก็ใช้ได้เช่นกัน แต่ว่าคนส่วนใหญ่ใช้โฟมโรลลิ่งไม่ถูกวิธีดังนั้นต้องศึกษาให้ดีก่อน

7. การว่ายน้ำ

การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกน้อยที่สุด นอกจากนี้เรายังสามารถฝึกวิ่งในน้ำได้อีกด้วย ยิ่งสระน้ำลึกเท่าไหร่ น้ำหนักตัวของเราก็จะถูกกระจายออกไปมากขึ้นขณะวิ่งในน้ำ ทำให้รู้สึกง่ายขึ้น สระน้ำที่ลึกระดับคอจะช่วยกระจายน้ำหนักตัวของเราได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้รู้สึกเกือบไร้แรงโน้มถ่วง และหากต้องการระดับความยากที่มากขึ้น ให้ไปที่บริเวณน้ำตื้นและวิ่งในน้ำระดับสะโพก

แหล่งที่มา : https://bit.ly/4qN7JkT


เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ‍♂ bit.ly/VRUNGROUP
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Running #Training
#Cycling #Triathlon #Swimming

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

Related

Tags: Cross Trainingrunner guiderunningRunning Guideครอสเทรนนิ่งคำแนะนำนักวิ่งคำแนะนำในการวิ่งวิ่ง
Previous Post

โปรแกรมฝึกวิ่ง 10 กม. 8 สัปดาห์ สำหรับนักวิ่งทุกระดับ

thip

thip

Related Posts

รถกอล์ฟไฟฟ้า ทางเลือกพลังงานสะอาดเพื่อโลกสีเขียว

รถกอล์ฟไฟฟ้า ทางเลือกพลังงานสะอาดเพื่อโลกสีเขียว

18/12/2025
เปิดตัว Nike “Fast Family” Collection แห่งความเร็ว

เปิดตัว Nike “Fast Family” Collection แห่งความเร็ว

05/10/2021
Nike Air Zoom Alphafly Next% “Rawdacious”

Nike Air Zoom Alphafly Next% “Rawdacious” รองเท้าวิ่งคอลเลคชั่นโอลิมปิก

26/08/2021
5 วิธี การวิ่ง อย่างไร ไม่ให้ เจ็บเข่า

5 วิธี การวิ่ง อย่างไร ไม่ให้ เจ็บเข่า

21/05/2021
5 วิธี ลดอาการ ปวดเมื่อย จากการปั่น จักรยาน

5 วิธี ลดอาการ ปวดเมื่อย จากการปั่น จักรยาน

21/05/2021
Joe Handelman คุณปู่วัย 90 ปี ในวันที่หัวใจยังไม่ทิ้งการวิ่ง

Joe Handelman คุณปู่วัย 90 ปี ในวันที่หัวใจยังไม่ทิ้งการวิ่ง

02/04/2021

ติดตาม และร่วมสนุกไปกับเรา

  • 51.5k Subscribers
  • 1.4k Followers

เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน

บทความน่าสนใจ

HOKA ONE ONE Rincon 2

พรีวิว HOKA ONE ONE Rincon 2 ก่อนวางจำหน่ายจริงกรกฎาคมนี้

by thip
04/04/2020

RUNNING ZONE 10K CHALLENGE (SEASON 2) “วิ่งปลอดภัยไร้โควิดฯ ครั้งที่ 2” สมัครฟรีได้แล้ววันนี้

RUNNING ZONE 10K CHALLENGE (SEASON 2) “วิ่งปลอดภัยไร้โควิดฯ ครั้งที่ 2” สมัครฟรีได้แล้ววันนี้

by VRUN VRIDE
22/10/2021

Saucony เผยโฉมคอลเลกชั่นใหม่ “Endorphin”

Saucony เผยโฉมคอลเลกชั่นใหม่ “Endorphin” ที่จะส่งมอบความฟินออกมากลางปี 2020

by thip
09/12/2019

เวลาเราไปซ้อมวิ่งยาวๆ กลับมา ปัญหาที่มักพบเสมอๆ คือ รองเท้าเปียกชื้น

เวลาเราไปซ้อมวิ่งยาวๆ กลับมา ปัญหาที่มักพบเสมอๆ คือ รองเท้าเปียกชื้น

by VRUN VRIDE
14/02/2019

ทำไมนักวิ่งจึงมีอาการปวดหลัง

ทำไมนักวิ่งจึงมีอาการปวดหลัง

by thip
17/02/2021

สมัครบัตรเครดิต KTC REV รับส่วนลดสูงสุด 25% แบรนด์ Nike, HOKA, Saucony, REV RUNNR

KTC REV CREDIT CARD
วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ไตรกีฬ

วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี รวบรวมทุกรายการ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา ครอบคลุมทุกรายการแข่งขันไว้ที่นี่ พร้อมข่าวสารวงการวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา รองเท้าวิ่ง จักรยานเสือหมอบ รถไตรกีฬา ให้เรื่องกีฬาใกล้ตัวคุณ ต้องการประชาสัมพันธ์กิจกรรม การแข่งขันวิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของท่าน

ติดต่อเรา: vrunvride@gmail.com

แท็กยอดนิยม

5K adidas ASICS cycling Exercise Exercises Fun Run Garmin Health Marathon Nike Nutrition Other Running Road Cycling run runner running Running Guide Running Plan Running Program running shoes Running Training Plan workout การวิ่ง งานวิ่ง งานแข่งวิ่ง ตารางซ้อมวิ่ง ตารางฝึกวิ่ง ท่าฝึกกล้ามเนื้อ ท่าออกกำลังกาย นักวิ่ง ปั่นจักรยาน มาราธอน รองเท้าวิ่ง วิ่ง วิ่งมาราธอน สุขภาพ ออกกำลังกาย อาดิดาส แผนซ้อมวิ่ง แผนฝึกวิ่ง โปรแกรมซ้อมวิ่ง โปรแกรมฝึกวิ่ง ไตรกีฬา ไนกี้

ประเภทยอดนิยม

  • Cycling (173)
  • Fitness & Health (379)
  • News (915)
  • Review (126)
  • Running (975)
  • Stories (203)
  • Training (497)
  • Triathlon (109)

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
Loading...
No Result
View All Result
  • หน้าแรก
  • บทความ
    • วิ่งมาราธอน
    • ปั่นจักรยาน
    • ไตรกีฬา
    • สุขภาพ
  • Review
  • News
  • Training
  • Stories
  • ติดต่อเรา

© WHERE TO RUN WHEN TO RIDE : วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี